สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ว่ากระทรวงกลาโหมรัสเซียออกแถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่ากองทัพยูเครนใช้ขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกลจากอากาศสู่พื้น “สตอร์ม ชาโดว์” ซึ่งได้รับมาจากสหราชอาณาจักร โจมตีโรงงานสองแห่งในเมืองลูฮันสก์ ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัฐบาลมอสโก ในภาคงตะวันออกของยูเครน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงเด็ก 6 คน อีกทั้งอาคารบ้านเรือนที่อยู่ในบริเวณนั้นหลายหลังได้รับความเสียหาย


ขณะเดียวกัน กองทัพรัสเซียอ้างการยิงเครื่องบินขับไล่สองลำของกองทัพยูเครน เป็นรุ่น “ซู-24” และ “มิก-29” ซึ่งยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองลูฮันสก์ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ว่าใช้อาวุธใดในการยิง ส่วนกระทรงกลาโหมยูเครนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ


ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกที่มอบความสนับสนุนด้านขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกล ให้แก่กองทัพยูเครน ด้านนายเบน วอลเลซ รมว.กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ขีปนาวุธ “สตอร์ม ชาโดว์” ซึ่งมีระยะทำการไกลกว่า 250 กิโลเมตร สามารถยิงได้จากอากาศยาน จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับทหารยูเครน ไม่ต้องประจำการใกล้กับแนวรบแดนหน้ามากนัก


นอกจากนี้ ขีปนาวุธสตอร์ม ชาโดว์ สามารถหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ได้ด้วย และวอลเลซยืนยันว่า สหราชอาณาจักรกำหนดเงื่อนไขให้กองทัพยูเครนใช้งานขีปนาวุธรุ่นนี้ “ภายในดินแดนซึ่งอยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลเคียฟ และได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ” เท่านั้น.

เครดิตภาพ : AFP