สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่า ชาวตุรกีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งประมาณ 64 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศเกือบ 85 ล้านคน ทยอยออกไปใช้สิทธิลงคะแนน การเลือกตั้งแห่งชาติ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติชุดใหม่ทั้ง 600 ที่นั่ง และการเลือกตั้งประธานาธิบดี หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนเกิน 50% ตั้งแต่รอบแรก จะมีการชิงชัยในรอบตัดสิน ที่จะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครสองคน ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดจากรอบแรก ในวันที่ 28 พ.ค. นี้
Turkey's presidential candidate Kilicdaroglu hopes to end Erdogan's two-decade rule — this weekend's vote might be his last opportunity to reach the seemingly impossible goal. pic.twitter.com/isArFg3Zcq
— DW News (@dwnews) May 11, 2023
ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การเลือกตั้งทั่วไปของตุรกีครั้งนี้ ถือเป็น “การลงประชามติ” ต่อการอยู่ภายใต้อำนาจการบริหารยาวนาน 2 ทศวรรษ ของพรรคความยุติธรรมและการพัฒนา (เอเคพี) และประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำอนุรักษนิยมและครองอำนาจยาวนานที่สุด ในประวัติศาสตร์การเมืองของตุรกี

อย่างไรก็ดี ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เออร์โดกันวัย 69 ปี สร้างความเจริญให้กับตุรกีในทุกด้าน ควบคู่ไปกับการสร้างอิทธิพลทางการเมือง จนตุรกีกลายเป็นหนึ่งในประเทศซึ่งมีบทบาทอย่างมากทางภูมิศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ ตั้งแต่วิกฤติการณ์ในซีเรียไปจนถึงยูเครน
กระนั้น ความวุ่นวายและตึงเครียดทางการเมืองภายในตุรกี หลังความพยายามรัฐประหาร เมื่อปี 2559 ที่รัฐบาลตอบสนองด้วยการ “กวาดล้างครั้งใหญ่” ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เรียกเสียงวิจารณ์และสร้างความไม่พอใจอย่างหนัก ให้กับหลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ
What do #Turkey's young people want with elections just around the corner?
— DW Freedom (@dw_freedom) May 12, 2023
With 10 million people under 25 being eligible to vote, the high cost of living and inability to pay for medical expenses could define the outcome of elections. pic.twitter.com/NBQh6sJrJL
อนึ่ง จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ สามารถเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาว ย้อนกลับไปยังการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2561 สถิติผู้ออกมาใช้สิทธิสูงถึง 86% และเออร์โดกันชนะตั้งแต่รอบแรก ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 52.59%.
เครดิตภาพ : AFP



