สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า ดิสนีย์ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสื่อบันเทิง จะไม่ดำเนินโครงการ “เลคโนนา” ต่อ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก นับตั้งแต่การประกาศครั้งแรก ซึ่งรวมถึงเรื่องผู้นำคนใหม่ และสภาพธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ตามที่ระบุในบันทึกจาก นายจอช ดามาโร ประธานของดิสนีย์ พาร์คส์

โครงการดังกล่าว ซึ่งประกาศครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ค. 2564 คาดว่าจะย้ายงาน 2,000 ตำแหน่ง จากดิสนีย์แลนด์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มายังเขตเลคโนนา โดยพื้นที่ใหม่ตั้งอยู่ห่างจากดิสนีย์เวิล์ด ในเมืองออร์แลนโด ของรัฐฟลอริดา ไปทางตะวันออกประมาณ 30 กิโลเมตร และมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 864 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 30,000 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ดิสนีย์ กลับพัวพันในการต่อสู้ที่ดุเดือดยิ่งขึ้นกับเดอซานทิส โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ดิสนีย์ วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายของรัฐฟลอริดา ที่ห้ามไม่ให้มีการพูดถึงเรื่องรสนิยมทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศ ในโรงเรียนประถมศึกษา

หลังจากนั้น เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เดอซานทิสลงนามในกฎหมายถอดสิทธิการควบคุมของดิสนีย์ ในเขตการปกครองตนเองแบบพิเศษ และเสนอแนวคิดของการสร้างเรือนจำแห่งใหม่ใกล้กับสวนสนุกของบริษัท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสาขาแยกย่อยมากมาย รวมทั้งมีพนักงานราว 75,000 คน และดึงดูดนักท่องเที่ยวประมาณ 50 ล้านคนต่อปี

ทว่าต่อมาในเดือน เม.ย. ดิสนีย์ตอบโต้กลับ ด้วยการยื่นฟ้องเดอซานทิส โดยระบุว่า การกระทำของเขาเป็น “การรณรงค์ตอบโต้รัฐบาลโดยมีเป้าหมาย” และละเมิดสิทธิในการแสดงออกอย่างเสรีของบริษัท ซึ่งเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิสนีย์ได้ขอให้ผู้พิพากษาตัดสินคดีข้างต้นนี้

ขณะที่ ดามาโร กล่าวว่า ดิสนีย์มีความมุ่งมั่นต่อทีมงาน ที่เรียกฟลอริดาตอนกลางว่า “เป็นบ้าน” โดยทางบริษัทมีแผนที่จะลงทุน 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 586,000 ล้านบาท) และสร้างงาน 13,000 ตำแหน่ง ในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะสามารถทำได้.

เครดิตภาพ : AFP