หลังจาก ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญของโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ โดยระบุว่าขณะนี้กระทรวงการคลังเตรียมพร้อมเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ปี 2569 เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้เป็นปัจจุบันที่สุด โดยตั้งเป้าเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พิจารณาเห็นชอบ เพื่อเริ่มเปิดลงทะเบียนในช่วง มิถุนายน-กรกฎาคมนี้ และคาดว่าจะประกาศผลพร้อมเริ่มใช้จ่ายได้ไม่เกิน กันยายน 2569
ความพิเศษของการลงทะเบียนรอบนี้คือการนำระบบ Data Lake (ฐานข้อมูลขนาดใหญ่) มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลจากกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติในเชิงลึก ทั้งรายได้ ทรัพย์สิน เงินฝาก ไปจนถึงประวัติการเสียภาษีและการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ผู้สมัครไม่ต้องกรอกข้อมูลยุ่งยากเหมือนในอดีต เพียงใช้ชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชน ระบบจะทำการ “สแกน” คุณสมบัติให้อัตโนมัติ เพื่อคัดกรองให้ถึงกลุ่มเป้าหมายตัวจริงและประหยัดงบประมาณภาครัฐลงจากเดิมที่ใช้จ่ายเดือนละ 4,700 ล้านบาท
เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้ทันท่วงที นี่คือสรุปสาระสำคัญและเกณฑ์การพิจารณาที่มีการปรับปรุงใหม่ :
1. กำหนดการสำคัญ (Timeline)
- เปิดลงทะเบียน : คาดว่าเริ่มเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569
- ระยะเวลาเปิดระบบ : ประมาณ 1-2 สัปดาห์ (ทั้งออนไลน์และออฟไลน์)
- ตรวจสอบคุณสมบัติ : ใช้เวลาประมาณ 2 เดือนหลังจากปิดลงทะเบียน
- เริ่มใช้สิทธิ : ภายในเดือนกันยายน 2569
2. เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ (Individual Criteria)
ในรอบนี้จะเน้นการตรวจสอบข้อมูล “รายบุคคล” เป็นหลัก เพื่อความเป็นธรรมและลดความซับซ้อน :
- เกณฑ์รายได้ : ต้องมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
- เกณฑ์ทรัพย์สินทางการเงิน : ตรวจสอบเงินฝาก สลากออมทรัพย์ และบัญชีหุ้น ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
- การถือครองอสังหาริมทรัพย์ : ต้องเป็นไปตามเกณฑ์เดิม (เช่น พื้นที่บ้านหรือที่ดินไม่เกินขนาดที่กำหนด)
- การเชื่อมโยงภาษี : นำข้อมูลจากภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประวัติการเสียภาษีมาประกอบการคัดกรอง
3. เงื่อนไข “ต้องห้าม” (Disqualifications)
รัฐบาลยกระดับการตรวจสอบเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ หรือกลุ่ม “คนไม่จนจริง” ดังนี้ :
- ห้ามนอมินีธุรกิจ : หากมีชื่อเป็น “กรรมการบริษัท” ในฐานข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ จะถูกตัดสิทธิทันที เพื่อป้องกันการเป็นนอมินีให้ผู้อื่น
- เช็กประวัติการลงทุน : ผู้ที่มีพอร์ตการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมีมูลค่าทรัพย์สินสูง จะไม่ได้รับสิทธิ
- การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ : ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลรายจ่ายและการบริจาคเงิน เพื่อดูความสอดคล้องกับรายได้ที่แจ้งไว้
4. วิธีการลงทะเบียนที่ง่ายขึ้น
- ระบบ Smart Registration : กรอกเพียงชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
- ไม่ต้องแจ้งรายได้เอง : กระทรวงการคลังจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลกลาง (20 หน่วยงาน) มาตรวจสอบเอง เพื่อความแม่นยำและป้องกันการแจ้งข้อมูลเท็จ
5. รูปแบบการใช้สิทธิและร้านค้าที่เข้าร่วม
- ช่องทางใช้จ่าย : สามารถใช้ผ่าน บัตรประชาชน และแอปพลิเคชันบน โทรศัพท์มือถือ (ป้องกันการฝากบัตรไปใช้แทนกัน)
- ขยายวงกว้างร้านค้า :
- ร้านสวัสดิการธงฟ้า
- ร้านค้าในโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” (เพิ่มเติมจากเดิม)
- บริการขนส่งสาธารณะและสวัสดิการอื่นๆ ตามที่รัฐกำหนด



