สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่า สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ออกแถลงการณ์ว่า สืบเนื่องจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น โมคา ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนัก ให้กับรัฐยะไข่ ที่อยู่ทางตะวันตกของเมียนมา ในเดือนนี้ ยูเอ็นมีความจำเป็นต้องขอระดมทุนอีก 122 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4,226.32 ล้านบาท ) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และอีก 211 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 7,309.46 ล้านบาท ) จากกองทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนั้น ยูเอ็นขอความสนับสนุนอีก 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1,454.96 ล้านบาท ) เพื่อให้ความช่วยเหลือบังกลาเทศ ซึ่งได้รับความเสียหายจากพายุลูกนี้เช่นกัน
As the scope of the devastation left behind by Cyclone Mocha in Myanmar takes shape, UN humanitarians are working to provide life-saving assistance.@UNOCHA says urgent funding is needed to assist 1.6 million of the most vulnerable people. https://t.co/AakZbFyzIe
— United Nations (@UN) May 23, 2023
ทั้งนี้ รัฐบาลทหารเมียนมายืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุโมคา ซึ่งพาดผ่านรัฐยะไข่ ที่อยู่ริมชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่อย่างน้อย 145 ราย แต่หลังจากนั้น ยังไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก
An update from Rakhine State, #Myanmar after the Cyclone Mocha ⬇️ pic.twitter.com/jA5bfGEhcr
— ICRC (@ICRC) May 19, 2023
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐบาลทหารเมียนมาจะยอมรับความช่วยเหลือจากนานาชาติมากน้อยเพียงใด ย้อนกลับไปเมื่อปี 2551 เมียนมาเผชิญกับอิทธิพลรุนแรงของไซโคลน “นาร์กิส” ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130,000 ราย และความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง กดดันรัฐบาลทหารเมียนมา ให้ต้องประกาศขอรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากประชาคมโลก.
เครดิตภาพ : AFP



