สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่า น.ส.คาริน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวถึงการแก้ไขสถานการณ์เพดานหนี้ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ไม่มีแผนใช้อำนาจ ตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 เพื่อหาทางออกจากวิกฤติครั้งนี้ “เนื่องจากเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้นเท่านั้น”
What happens if the US hits the debt ceiling and defaults pic.twitter.com/BjCye0HeCj
— Insider News (@InsiderNews) May 23, 2023
อย่างไรก็ดี หากไบเดนใช้อำนาจดังกล่าว จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นการสั่งการตรงไปยังกระทรวงการคลัง ให้สามารถชำระหนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส ทว่าอาจต้องแลกด้วยความเสี่ยงของการถูกฟ้องร้อง
อนึ่ง ผู้นำสหรัฐพบหารือกับ นายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทว่ายังไม่มีความคืบหน้าอย่างสร้างสรรค์มากนัก โดยมีรายงานว่า ต่างฝ่ายต่างยังปฏิเสธยอมรับเงื่อนไขของกันและกัน
ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ยืนกรานว่า รัฐบาลพรรคเดโมแครตต้องยอมรับเงื่อนไข การใช้จ่ายงบประมาณส่วนกลางสำหรับปีงบการเงิน 2567 ที่น้อยกว่าปี 2566 และจำกัดการเพิ่มค่าใช้จ่ายสำหรับปีงบประมาณต่อไป ต้องไม่เกิน 1% ซึ่งจะสามารถประหยัดเงินได้ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 166 ล้านล้านบาท )
.@SpeakerMcCarthy on Biden's obstruction putting debt limit negotiations against the deadline: “For 97 days he said he wouldn’t meet with me”
— GOP (@GOP) May 22, 2023
“[@HouseGOP] passed a bill that raised the debt ceiling, saved us money…[Biden] denying our ability to meet put us in this
situation.” pic.twitter.com/918EI2vHjR
ขณะที่ทำเนียบขาวยื่นเงื่อนไขกลับว่า จะยอมระงับการใช้จ่ายในส่วนที่พรรครีพับลิกันต้องการ แต่ต้องมีการขึ้นภาษีบริษัทขนาดใหญ่ และผู้มีฐานะร่ำรวย ทว่าพรรครีพับลิกันปฏิเสธ
นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า รัฐบาลพรรคเดโมแครตจะยอมปรับลดงบประมาณการใช้จ่าย สำหรับโครงการภายในประเทศหลายโครงการ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องมีการลดงบประมาณบางส่วนของกระทรวงกลาโหมด้วย อย่างไรก็ตาม พรรครีพับลิกันต้องการเพิ่มงบประมาณสนับสนุนกองทัพ และการควบคุมพรมแดนต่อไป
ด้าน กระทรวงการคลังสหรัฐเน้นย้ำว่า หากไม่มีการขยายเพดานหนี้ จากระดับปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1,086 ล้านล้านบาท ) รัฐบาลวอชิงตันจะไม่มีศักยภาพชำระหนี้ ในวันที่ 1 มิ.ย. ที่จะถึง.
เครดิตภาพ : AFP



