สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี ระบุว่า ราคาเฉลี่ยพาสต้าในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.5% เมื่อเดือน มี.ค. ก่อนลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 16.5% เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา โดยราคาพาสต้าในทั้งสองเดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว


ขณะที่ผลการสำรวจราคาพาสต้าแบบปรุงสุก หรือเมนูพาสต้าจำหน่ายตามร้านอาหารในอิตาลี เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่าแพงขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อนึ่ง ข้อมูลจากองค์กรพาสต้านานาชาติ ระบุว่า ชาวอิตาเลียนบริโภคพาสต้าเฉลี่ย 23 กิโลกรัม ต่อคนต่อปี


ด้านรายงานจาก “อัสซูเตนติ” ( Assoutenti ) ซึ่งเป็นองค์กรคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคของอิตาลี วิเคราะห์ว่า เป็นเพราะวัตถุดิบที่จำเป็นทุกอย่างมีต้นทุนสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแป้งสาลี หรือพลังงาน โดยราคาข้าวสาลีซึ่งแน่นอนว่า คือวัตถุดิบของการผลิตแป้งสาลี พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือน มี.ค. 2565 หรือเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน


แม้หลังจากนั้น ราคาเริ่มปรับตัวลดลงบ้าง เนื่องจากมีความพยายามลำเลียงธัญพืชที่ตกค้าง แต่ราคาแป้งสาลีกลับมาสูงอีกครั้ง “จากปัจจัยอื่นอีกหลายประการ” ด้วยเหตุนี้ อัสซูเตนติ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันทำ “พาสต้า สไตรก์” เป็นเวลา 15 วัน ที่หมายถึงการงดซื้อพาสต้า เพื่อช่วยให้ราคาปรับตัวลดลง โดยกิจกรรมดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้ววันหนึ่ง เมื่อปี 2550 ซึ่งตอนนั้นราคาพาสต้าในอิตาลีแพงขึ้นเกือบ 20%


ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางเดือนนี้ กระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของอิตาลี เคยเสนอให้มีการจัดการประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับราคาพาสต้าในประเทศ แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นทางการ จากนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี และตอนนี้แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ที่อยู่ทางเหนือของประเทศ กำลังเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES