จากกรณี รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ “อาจารย์โต้ง” นักอาชญาวิทยาชื่อดังโพสต์เฟซบุ๊ก “มหาวิทยาลัย” มีคำสั่งให้ออกจากงาน โดยไม่จ่ายค่าชดเชย มีผล 1 เม.ย. 69 นั้น
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ “อาจารย์โต้ง” นักอาชญาวิทยาชื่อดัง ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวว่า เมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ได้รับเอกสารคำสั่งเลิกจ้างบุคลากรของมหาวิทยาลัย ในเอกสารระบุว่า ตามที่ตนได้เริ่มให้สัมภาษณ์ตามรายการต่างๆ และโพสต์ข้อความในสื่อโซเชียลทำนองว่า อดีตอธิการบดีและตนถูกกลั่นแกล้ง หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงทำให้ตนถูกพ้นจากตำแหน่งรองอธิการบดี ฝ่ายความปลอดภัย และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์จนทำให้มหาวิทยาลัยเสียหาย และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาลงโทษทางวินัย ซึ่งในคำสั่งเลิกจ้างยังระบุอีกว่า การกระทำของตนเป็นการจงใจทำให้มหาวิทยาลัย ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณอย่างร้ายแรง ไม่เอาใจใส่และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย ฝ่าฝืนข้อบังคับมหาวิทยาลัย กระทำการใดให้เป็นการเสียหายแก่มหาวิทยาลัย เห็นสมควรลงโทษเลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 31 มี.ค. 69
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนตนนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค. 68 ตนได้รับการแต่งตั้งจากอธิการบดีคนเก่าให้เป็นประธานตรวจสอบเรื่องทุจริตในมหาวิทยาลัย ว่า มีใครเกี่ยวข้อง เมื่อตนตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่เป็นวัตถุพยานและพยานบุคคล พบว่ามีมูลจึงมีการรายงานไปตามขั้นตอน และได้มีการมอบหมายให้ดำเนินการแจ้งความต่อตำรวจ และดำเนินการลงโทษกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อมาช่วงกลางเดือน ก.ค. 68 ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ได้มีคำสั่งเปลี่ยนอธิการบดีใหม่ จึงทำให้ตนหมดวาระไปโดยปริยาย จากนั้นตนได้มีการยื่นหนังสือทักท้วงเรื่องคุณสมบัติของรองอธิการบดีคนใหม่ไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่ก็ไม่มีคำตอบ กระทั่งภายหลังที่ตนได้ไปออกรายการโหนกระแส เมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็มีคำตอบจากกระทรวงกลับมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการตรวจสอบพบความพยายามแทรกแซงให้หยุดตรวจสอบ แต่ก็ได้รับคำตอบให้เดินหน้าต่อ ย้ำว่าสิ่งที่พูดคือข้อมูลจริงมีหลักฐาน ไม่ได้เป็นการใส่ร้าย ที่ผ่านมา ยอมรับว่าทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ได้เรียกให้ตนไปชี้แจง แต่ตนติดพบแพทย์ จึงแจ้งว่าจะขอชี้แจงเป็นเอกสารในทุกประเด็นข้อสงสัย จนกระทั่งมีคำสั่งเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินชดเชย
“หลังจากนี้ผมก็จะยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน เรื่องการถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ส่วนในเรื่องของการทุจริตในมหาวิทยาลัย ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว หากหุ้นส่วนของมหาวิทยาลัยรายใดคิดว่าเสียผลประโยชน์ก็ไปดำเนินการทางกฎหมายต่อเองได้” อาจารย์โต้ง กล่าว
สุดท้ายขอตั้งข้อสังเกตถึงหลักธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย ยังคงต้องมีอยู่หรือไม่ เพราะสถานศึกษาเป็นแหล่งสร้างคน อีกส่วนคือกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 68 ที่ตนยื่นหนังสือไปบอกว่าจะดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล แต่ดูเหมือนเพิกเฉย โดยตนยื่นตามไปอีก 3-4 ฉบับ ก็ยังไม่คืบหน้า กระทั่งตนไปพูดออกรายการถึงมีการตอบเอกสารฉบับแรกกลับมา
“ที่มาพูดในวันนี้ ผมไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง เพียงแต่สงสัยในเรื่องของความโปร่งใสและการบริหารงานที่ยึดหลักธรรมาภิบาลของหน่วยงานต่างๆ ในไทยยังคงมีอยู่จริงหรือไม่ ผมเชื่อว่าฟ้ามีตา สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง” รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ กล่าว.



