สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า ความคิดเห็นของนายเบรตต์ เลเธอร์แมน ผู้ช่วยผู้อำนวยการเอฟบีไอ มีขึ้นไม่กี่วันหลังการส่งตัวนายสวี เจ๋อเว่ย ชาวจีน วัย 34 ปี จากอิตาลีมายังสหรัฐ ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการแฮกข้อมูลครั้งใหญ่ในปี 2563 และ 2564 ตามคำสั่งของรัฐบาลปักกิ่ง ในขณะที่เขาทำงานให้กับบริษัทรับเหมาของจีน

สวีถูกจับกุมในเมืองมิลาน เมื่อเดือน ก.ค. 2568 และถูกส่งตัวไปยังสหรัฐ หลังศาลอิตาลีมีคำพิพากษาอนุญาตให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเลเธอร์แมนกล่าวว่า กรณีเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า การคุ้มครองที่แฮกเกอร์ชาวจีนได้รับภายในจีน ไม่ได้ครอบคลุมนอกประเทศเมื่อเดินทางข้ามพรมแดน

ด้านนายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลปักกิ่งคัดค้านต่อการที่รัฐบาลวอชิงตัน “สร้างข้อกล่าวหาผ่านการบิดเบือนทางการเมือง” และเรียกร้องให้รัฐบาลโรม หลีกเลี่ยงการเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐ

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ระบุในวันเดียวกันว่า สวีและผู้สมรู้ร่วมคิดอีกหลายคน แฮกข้อมูลของมหาวิทยาลัย นักภูมิคุ้มกันวิทยา และนักไวรัสวิทยาในสหรัฐ ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับวัคซีน การรักษา และการทดสอบโรคโควิด-19 

หลังจากนั้น สวีและพรรคพวก รายงานการแฮกดังกล่าวกลับไปยังสำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ ประจำนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองภายในรัฐบาลปักกิ่ง และเจ้าหน้าที่ในสำนักงานก็สั่งให้สวี มุ่งเป้าไปที่บัญชีอีเมลเฉพาะของนักไวรัสวิทยา และนักภูมิคุ้มกันวิทยา.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES