สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในเลบานอนเปิดเผยว่า กองทัพอิสราเอลปูพรมโจมตีเป้าหมายมากกว่า 120 แห่งทั่วเลบานอน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 40 คน ถือเป็นหนึ่งในวันนองเลือดที่สุด นับตั้งแต่มีการหยุดยิงเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา


การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทัยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลยังอยู่ในภาวะสงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และจะยกระดับการโจมตีเลบานอน


แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า กองทัพอิสราเอลขยายขอบเขตของปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน โดยรุกคืบพื้นที่ทางตอนใต้ลึกเข้าไปเกินกว่าแนวเขตที่เรียกว่า “เส้นสีเหลือง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวกันชน ที่อิสราเอลประกาศเมื่อช่วงหยุดยิง แต่เป็นคนละส่วนกับ “เส้นสีน้ำเงิน” ที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นผู้ปักปันเขตแดน เพื่อกำหนดแนวชายแดนระหว่างเลบานอนกับอิสราเอล หลังการถอนทหารของอิสราเอลเมื่อปี 2543


ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตในเลบานอน จากปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. เพิ่มเป็นอย่างน้อย 3,213 ราย และมีผู้บาดเจ็บสะสมอีกอย่างน้อย 9,737 คน.

เครดิตภาพ : REUTERS