1 พ.ค. วันแรงงาน ผู้ใช้แรงงานมักจะรวมตัวกันผลักดันประเด็นต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้น เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าจ้างที่เป็นธรรม สิทธิประโยชน์อันพึงได้ ประกันสังคมที่ต้องการ การเลือกปฏิบัติ ความปลอดภัย
แต่ปีนี้สิ่งที่พวกเขากังวล คือ “อนาคตของการจ้างงาน” จากผลกระทบของวิกฤติสงคราม เขาต่างกังวลว่าอีกไม่นาน ถ้าบริษัทมีปัญหา เขาจะถูกเลิกจ้าง ลดเงินเดือน ลดเวลาทำงาน ลดโอที ลดสวัสดิการ จนไปถึงเอางานที่ลดคนมาเพิ่มจนทำไม่ไหว หลายคนมีภาพจำในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง หรือช่วงโควิด ไม่อยากเจอแบบนั้นอีก
ทั่วโลกมีอัตราการว่างงานราว 5% ปีนี้อาจเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ประเทศไทยมีสถิติการว่างงานไม่ถึง 1% ต่างจากความเป็นจริงที่บางเดือนมีการเลิกจ้างสูงถึง 40,000 อัตรา ในอุตสาหกรรมอิเลกโทรนิค เครื่องใช้ไฟฟ้า ธนาคาร และบริการ รวมไปถึง SME จากความจำเป็นที่ต้องลดต้นทุนแรงงาน และงานจำนวนมากถูกทดแทนด้วย AI ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
ชนชั้นแรงงานทั่วโลกต่างเคลื่อนไหว “เพราะรับไม่ไหวแล้ว” ที่สหราชอาณาจักร มีการประท้วงหยุดงานบ่อย ในกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัย อุตสาหกรรมเทคโนโลยี และการบิน ที่ค่าแรงขึ้นเพียง 3% ต่ำกว่าเงินเฟ้อ เท่ากับถูกลดเงินเดือน ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงรับโบนัสกันก้อนโต ฝรั่งเศส รวมตัวประท้วงการถูกเอาเปรียบ การลดวันหยุด เพิ่มวันทำงานโดยไม่เพิ่มเงิน และรัฐมีแนวโน้มตัดงบประมาณด้านสาธารณสุข และการศึกษา ซึ่งผลักภาระค่าครองชีพให้แรงงาน อาเจนตินา ประท้วงที่รัฐจะตัดงบประมาณบำนาญ และสวัสดิการแรงงาน
รวมถึงขัดขวางกฎหมายปฏิรูปแรงงานที่จะลดค่าชดเชยการเลิกจ้าง เพิ่มเวลาทำงาน และจำกัดสิทธิการประท้วง สหรัฐอเมริกา ประท้วงเรียกร้องส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรม ให้เก็บภาษีคนรวยมาช่วยชนชั้นแรงงาน เติมงบประกันสังคม เรียกร้องให้มีกฏหมายคุ้มครองการใช้ AI มาทดแทนการจ้างงาน เกาหลีใต้ เรียกร้อง มาตรการความปลอดภัยในที่ทำงาน และเรียกร้องโบนัสที่เท่าเทียมตามผลประกอบการ ขอความเป็นธรรมในการเลิกจ้าง และเรียกร้องสิทธิแรงงานซับคอนแทรค
ปีนี้ชาวแรงงานมีความต้องการ 3 เรื่อง
1. การแบ่งผลกำไรอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
2. ค่าแรงที่สะท้อนค่าครองชีพจริงที่เพิ่มขึ้น
3. ศักดิ์ศรีและความมั่นคงในอาชีพ คุ้มครองการถูกเลิกจ้างจากวิกฤติเศรษฐกิจ และการทดแทนของ AI



