นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือพิจารณาแนวทางการจัดสรรสิทธินมโรงเรียน ร่วมกับนายสุบิน ป้อมโอชา ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย และผู้แทนสหกรณ์ ว่า จากการรับฟังข้อเรียกร้องของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พบว่ามีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ หลักเกณฑ์การจัดสรรโควตานมโรงเรียน และปัญหานมค้างสต๊อกในระบบ โดยกระทรวงฯ ได้รับข้อเสนอทั้งหมดไว้พิจารณาแล้ว และจะเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การจัดสรรเป็นไปอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงมากขึ้น
สำหรับแนวทางแก้ไขในระยะเร่งด่วน รัฐมนตรีช่วยฯ ระบุว่า จะเร่งขยายกลุ่มเป้าหมายนมโรงเรียน โดยขณะนี้ กระทรวงฯ อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการขยายเพดานการบริโภคนมโรงเรียนไปจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเพิ่มปริมาณการดื่มนมและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยตั้งเป้าให้เห็นผลภายใน 30 วัน
“เรื่องสต๊อกนมที่ค้างอยู่ในระบบจำนวนมาก ผมตั้งเป้า 30 วันต้องเห็นผล นอกจากนี้ก็เร่งคุยกับหลายหน่วยงาน ทั้งกองทุนของรัฐ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงเอกชน ให้ช่วยรับซื้อนมไปดูแลประชาชน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ โดยกำลังเดินหน้าเจรจาอยู่หน่วยงาน ซึ่งต้องทำควบคู่กันแบบเร่งด่วน เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด”



