เมื่อวันที่ 31 พ.ค. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) โดย น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการยาเสพติดของกลาง ภายหลังมีการตั้งข้อสังเกตจากสาธารณชนเกี่ยวกับยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้เป็นจำนวนมาก ว่าหลังการจับกุมมีการดำเนินการอย่างไร และมีโอกาสถูกนำกลับเข้าสู่ขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่

น.ส.อารีภักดิ์ รองเลขาฯ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ยาเสพติดทุกชนิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ ไม่ว่าจะเป็นยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน เคตามีน หรือยาเสพติดประเภทอื่น จะถูกนำเข้าสู่ระบบควบคุมของกลางตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การตรวจยึด การตรวจนับ การชั่งน้ำหนัก การตรวจพิสูจน์ การจัดทำบัญชีของกลาง ตลอดจนการจัดเก็บรักษาในสถานที่ควบคุมพิเศษหรือในคลังเก็บรักษา จนกว่าจะมีการทำลาย โดยทุกขั้นตอนมีการดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ มีการบันทึกข้อมูลและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ แม้ประชาชนอาจมีข้อสงสัยว่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้จำนวนมากในแต่ละปีถูกนำไปดำเนินการอย่างไรนั้น ตนขอยืนยันว่า ยาเสพติดเหล่านี้ไม่ได้สูญหายจากระบบ แต่ถูกควบคุมภายใต้กระบวนการยุติธรรมอย่างเข้มงวดจนกว่าจะได้รับอนุญาตให้ทำลายตามกฎหมาย นอกจากนี้ การทำลายยาเสพติดของกลางดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานหลักในการเก็บรักษาและทำลายยาเสพติดของกลาง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจัดการยาเสพติดของกลางของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสุขภาพจิต และกรมการแพทย์ร่วมกันตรวจสอบ รับรอง และควบคุมทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

รองเลขาฯ ป.ป.ส. เผยอีกว่า ก่อนการทำลาย จะมีการตรวจสอบชนิด ปริมาณ และรายละเอียดของยาเสพติดของกลางให้ตรงกับบัญชีควบคุมและข้อมูลในสำนวนคดี พร้อมจัดทำเอกสารการส่งมอบและการตรวจรับอย่างเป็นระบบ จากนั้นจึงขนย้ายภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้าสู่กระบวนการเผาทำลายในเตาเผาอุตสาหกรรม สำหรับกำจัดกากอุตสาหกรรมอันตราย ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 1,200 องศาฯ เพียงพอที่จะทำลายสารออกฤทธิ์ในยาเสพติดได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ สกัดคืน หรือหมุนเวียนกลับเข้าสู่ขบวนการค้ายาเสพติดได้อีก

รองเลขาฯ ป.ป.ส. เผยต่อว่า ภารกิจการทำลายยาเสพติดของกลางเป็นหน้าที่หลักของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถตรวจยึดยาเสพติดได้ในปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยาบ้าและไอซ์จากการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ ส่งผลให้มีของกลางสะสมจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ 2566 -2569 สำนักงาน ป.ป.ส. จึงได้ร่วมบูรณาการการดำเนินงานกับสำนักงาน อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและเร่งรัดการทำลายยาเสพติดของกลางให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสอดคล้องกับปริมาณยาเสพติดที่ตรวจยึดได้จำนวนมหาศาลในแต่ละปี โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการทำลาย รวมจำนวน 11 ครั้ง จำนวน 225 ตัน เป็นยาบ้า ประมาณ 1,400 ล้านเม็ด ไอซ์ ประมาณ 70 ตัน เฮโรอีน ประมาณ 4 ตัน คีตามีนประมาณ 7 ตัน และ อื่น ๆ ประมาณ 6 ตัน

รองเลขาฯ ป.ป.ส. เผยอีกว่า ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ดำเนินการทำลายยาเสพติดของกลางอย่างต่อเนื่อง และในห้วงวันต่อต้านยาเสพติด (25 มิ.ย. 69) สำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุข กำหนดทำลายยาเสพติดของกลาง ครั้งที่ 61 น้ำหนักรวมประมาณ 63 ตัน เป็นยาบ้า ประมาณ 400 ล้านเม็ด ไอซ์ ประมาณ 21 ตัน เฮโรอีน ประมาณ 0.2 ตัน. คีตามีน ประมาณ 1.3 ตัน และอื่น ๆ อีกประมาณ 0.3 ตัน สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามรับชมการเผาทำลายยาเสพติด และขอยืนยันว่าจะดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดกลับเข้าสู่สังคม และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การชี้แจงข้อเท็จจริงการทำลายยาเสพติดของกลางของรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ครั้งนี้เนื่องมาจากงานแถลงข่าวที่จังหวัดลำพูน ซึ่ง พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ได้กล่าวหยอกล้อพร้อมตั้งคำถามกลางวงแถลงข่าวกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภาค 5 ต่อหน้าสื่อมวลชน ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงผลจับกุมคดียาเสพติด โดยผู้การลำพูนได้สะท้อนเสียงจากประชาชนผ่านคอมเมนต์บนโลกออนไลน์ที่ตั้งข้อสงสัยว่า “ยาบ้าที่จับได้ถูกนำไปไว้ที่ไหน” และบางส่วนถึงขั้นตั้งคำถามว่า มีการนำกลับมาขายต่อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ชี้แจงว่า ยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการทำลายตามขั้นตอนที่ส่วนกลาง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเผยแพร่ภาพและถ่ายทอดผ่านสื่อออนไลน์ รวมถึงเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ประชาชนบางส่วนอาจไม่ได้ติดตาม จึงทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน.