​เมื่อวันที่ 30 พ.ค. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.อ.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ร่วมกันวางแผนสกัดจับขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติ
​โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาคนไทยได้ 3 ราย ประกอบด้วย นายธีรชาติ อายุ 24 ปี, นายชัชวาลย์ อายุ 50 ปี และ นายดนัย อายุ 27 ปี พร้อมด้วยแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาอีก 11 ราย หลบหนีเข้าเมือง 9 ราย และอยู่เกินกำหนด หรือ Overstay 2 ราย พร้อมยึดรถกระบะ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง ได้ที่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 317 กม. 61-72 ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

​สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้รับแจ้งว่า จะมีแก๊งลักลอบขนแรงงานเถื่อนจากชายแดนจังหวัดจันทบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะใช้เส้นทางสายรองผ่านจังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรีเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังซุ่มโปร่งเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถเป้าหมาย 3 คันขับตามกันมาเป็นขบวน โดยมีรถโตโยต้า อินโนว่า สีน้ำตาลของนายธีรชาติ ทำหน้าที่เป็น “รถนำ” คอยเช็กด่านตรวจ และมีรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์กับรถกระบะ อีซูซุ สีเทา อีกคันบรรทุกแรงงานอัดแน่นซุกซ่อนอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญานก่อนเข้าสกัดจับกุมเอาไว้ได้ ที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังทอง จ.สระแก้ว

สอบสวน นายชัชวาลย์ ให้การรับสารภาพอ้างว่า เดิมทีตนเองมีอาชีพขับรถแท็กซี่ แต่ช่วงหลังรายได้ไม่ดี หมุนเงินไม่ทัน จึงตัดสินใจผันตัวมารับจ้างขนแรงงานต่างด้าว โดยชวนพรรคพวกอีก 2 คนมาร่วมขบวนการ ทำมาแล้วนานกว่า 6 เดือน ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 – 9,000 บาท โดยรับงานผ่านนายหน้าชาวกัมพูชา นัดแนะไปรับแรงงานตามสวนผลไม้ติดชายแดนเพื่อไปส่งในพื้นที่ชั้นใน

ขณะที่กลุ่มแรงงานกัมพูชาสารภาพว่า ต้องเสียค่านายหน้าคนละ 4,000 – 6,500 บาท เพื่อแลกกับการเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เบื้องต้นแจ้งข้อหาผู้ต้องหาคนไทย 3 ราย ฐาน “ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” ส่วนชาวกัมพูชาโดนข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและ Overstay ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป