เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนรู้สึกผิดหวังภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อศึกษาปัญหาและความเหมาะสมของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 1 ล้านล้านบาท

นายชัยชนะ กล่าวว่า งบประมาณจำนวนมหาศาลดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาระบบเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนภาคใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่า โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอแนวทางการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ประชาชนในวงกว้าง อาทิ การก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใต้ เชื่อมจังหวัดนราธิวาสสู่กรุงเทพมหานคร การยกระดับระบบขนส่งทางรางด้วยรถไฟทางคู่ระบบไฟฟ้าสำหรับขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งใช้งบประมาณรวมต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่สามารถกระจายประโยชน์สู่ประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงมากกว่า

“การที่รัฐบาลปฏิเสธการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษารายละเอียดของโครงการ ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศและประชาชนภาคใต้โดยตรง” นายชัยชนะ กล่าว

พร้อมกันนี้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้ สส.ภาคใต้ในพรรคร่วมรัฐบาลทบทวนจุดยืนของตนเอง และคำนึงถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่มากกว่าการยึดตามมติพรรค ซึ่ง สส.ภาคใต้ทุกคนควรตระหนักว่าหน้าที่สำคัญคือการเป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามมติทางการเมือง เพราะทุกการตัดสินใจในสภาจะส่งผลโดยตรงต่ออนาคตของคนภาคใต้และการพัฒนาประเทศในระยะยาว

“พวกเรามาจากการเลือกตั้งของประชาชนภาคใต้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับฟังเสียงของประชาชน ไม่ใช่รับฟังเพียงคำสั่งจากผู้นำพรรค ในช่วงหาเสียงทุกคนบอกว่าจะยืนเคียงข้างประชาชน รับฟังเสียงพี่น้องประชาชน แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจกลับไม่รับฟังเสียงของประชาชนเลย เสียงของประชาชนไร้ค่า” นายชัยชนะ กล่าว.