กลายเป็นข่าวใหญ่ สั่นสะเทือนไปทั่วหัวบันไดกระทรวงการคลัง เมื่อการยื่นใบลาออกของ “ดร.กุลยา ตันติเตมิท” อธิบดีกรมสรรพากร ข้าราชการหญิงระดับสูงของคลัง ได้รับอนุมัติและการลาออกจะมีผลวันที่ 1 พ.ค.นี้

วันนี้เราจะมาย้อนดูเส้นทางความสำเร็จที่ “ไม่ธรรมดา” ของ ดร.กุลยา ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ลูกหม้อ” มือดีที่สุดคนหนึ่งของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

จาก “เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง” สู่ “ปริญญาเอกสหรัฐ”

น.ส.กุลยา หรือที่แวดวงข้าราชการรู้จักในฐานะ “ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาค” มีพื้นฐานการศึกษาที่โดดเด่นอย่างยิ่ง:

  • ปริญญาตรี: เศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ปริญญาโท: เศรษฐศาสตร์ จาก Boston University และ Brandeis University สหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาเอก: เศรษฐศาสตร์ (PhD) สาขา International Economics and Finance จาก Brandeis University สหรัฐอเมริกา

สร้างตำนาน “อธิบดีหญิง 3 กรมภาษี”

ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในเส้นทางข้าราชการของ ดร.กุลยา คือการได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีครบทั้ง 3 กรมจัดเก็บรายได้หลัก ของกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นกรณีที่หาได้ยากยิ่ง:

  1. กรมสรรพสามิต: ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2567-2568
  2. กรมศุลกากร: ขึ้นดำรงตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2568
  3. กรมสรรพากร: กรมที่ใหญ่ที่สุดในแง่การจัดเก็บรายได้ โดยเธอสร้างประวัติศาสตร์เป็น “อธิบดีกรมสรรพากรหญิงคนแรก” และกลับมาดำรงตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังเคยผ่านงานระดับสูงมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น:

  • ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
  • อธิบดีกรมบัญชีกลาง
  • กรรมการบริหารกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตัวแทนประเทศไทยในเวทีโลก

“ดาวรุ่ง” ที่ถูกวางตัวเป็น “ปลัดกระทรวงหญิงคนแรก”

ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนทั้งในด้านนโยบายภาษี การคลัง และการทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลก ทำให้ชื่อของ กุลยา ถูกวางตัวเป็น “ตัวเต็งอันดับหนึ่ง” ที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดอย่าง ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งหากเป็นจริง เธอจะกลายเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้นั่งเก้าอี้นี้

การลาออกที่ช็อกวงการ

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจยื่นใบลาออกในครั้งนี้ ทั้งที่กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพข้าราชการ และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างภาษีของประเทศ ดร.กุลยา ให้เหตุผลว่า ต้องการมีเวลาไปโฟกัสส่วนสำคัญอื่นในชีวิต หลังจากทุ่มเทให้งานในฐานะข้าราชการมานาน

เส้นทางหลังจากนี้ของ “ดร.กุลยา ตันติเตมิท” จะไปในทิศทางใด จะเป็นการก้าวเข้าสู่ภาคเอกชน หรือบทบาทใหม่ในระดับนโยบายที่ใหญ่กว่าเดิม เป็นเรื่องที่สังคมและแวดวงเศรษฐกิจต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่อย่างน้อยสิ่งที่เห็นตรงกัน คือ กระทรวงการคลัง และวงการข้าราชการ ได้สูญเสียข้าราชการมือดี ออกไปอย่างน่าเสียดาย