นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ระบุถึงกรณีที่มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่า ขณะนี้ปัญหาการแบกภาระการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในอดีตที่ได้รับการสนับสนุนในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (แอดเดอร์) เป็นปัญหาหนักที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าโดยรวมของประชาชนสูงขึ้น โดยปัจจุบันมีการต่อสัญญาอัตโนมัติกว่า 4,000 เมกะวัตต์ ในอัตราค่าไฟฟ้า ประมาณหน่วยละ 3-5 บาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของกำลังผลิตไฟฟ้า หรือเป็นภาระส่งผ่านต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ประมาณ 20 สตางค์ต่อหน่วย
ทั้งนี้ล่าสุดได้เรียกทีมงานมาหารือในเรื่องนี้ และเตรียมยกเลิกสัญญากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนดังกล่าว หากไม่สามารถเจรจาปรับลดค่าไฟฟ้าลงมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฯ ไม่ควรเกินหน่วยละ 2.20 บาท ส่วนเชื้อเพลิงไบโอแมส ก็ต้องมาเจรจาราคาที่เหมาะสม ซึ่งผู้ผลิตไฟฟ้ากลุ่มนี้ ถือว่ามีการผลิตไฟฟ้าขายให้กับรัฐคืนทุนไปนานแล้ว และปัจจุบันสถานการณ์ต้นทุนราคาพลังงานเปลี่ยนไปจากอดีต จึงควรปรับราคารับซื้อให้เป็นธรรม หากเจรจากันไม่รู้เรื่อง ก็ยินดีให้ภาคเอกชนฟ้องร้องดำเนินคดีกับรัฐได้ ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงพลังงานก็ได้หารือกับสำนักงานอัยการฯ เพื่อพิจารณาข้อมูลในเรื่องนี้แล้ว คาดว่า หากสามารถแก้ไขปัญหาในส่วนของแอดเดอร์กลุ่มนี้ได้ จะช่วยประหยัดต้นทุนค่าไฟฟ้าลงได้ประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย
“เรื่องนี้ก็คุยกันตรงๆ เหมือนกรณีโรงกลั่นฯ คุณไม่ได้ขาดทุน แต่อาจเป็นการขาดทุนกำไร ก็ต้องปรับสู่สภาพที่ควรจะเป็น เรื่องแอดเดอร์ถ้าคุยไม่รู้เรื่อง ก็ต้องยกเลิก จะฟ้องผมก็ยินดี แต่จะปล่อยให้ค่าไฟแพงไม่ได้”
สำหรับกระบวนการติดตั้งโซลาร์ฯ ที่เดิมใช้เวลาเป็นปี ก็จะต้องปรับลดขั้นตอนลง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (พีอีเอ) การอนุมัติติดตั้งมิเตอร์ ไม่ควรเกิน 1 เดือน ซึ่งได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยแล้ว ดังนั้น หากติดตั้งโซลาร์ฯ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง (ไม่ขายเข้าระบบ) จะใช้เวลาดำเนินการ ประมาณ 7 วัน
ส่วนผู้ที่ติดตั้งโซลาร์ฯ ผลิตไฟใช้เองและเหลือส่วนต่างต้องการขายกลับเข้าสู่ระบบ จะรับซื้อในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย (สูงกว่าอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม) แต่ในส่วนนี้ เดิมรัฐมีกรอบรับซื้อไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของประเทศราว 50,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 0.1% จะขยายกรอบรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ และจะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการตอบรับของประชาชน เพราะหลักการคือ ถ้าผลิตไฟจากโซลาร์ฯ ได้จะช่วยลดนำเข้าแอลเอ็นจี ที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟแพงลดลงได้ โดยรัฐจะช่วยสนับสนุนค่าติดตั้ง และเตรียมหารือกระทรวงการคลัง เพื่อขยายกรอบวงเงินงบประมาณที่จะนำเข้ามาสนับสนุนนโยบายนี้ด้วย



