สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมินสก์ ประเทศเบลารุส เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่า นายอเล็กซานเดอร์ โวลโฟวิช เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของเบลารุส กล่าวว่า รัฐบาลมินสก์ถอนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เมื่อปี 2534 เนื่องจากสหรัฐให้หลักประกันด้านความมั่นคง และจะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อเบลารุส
Western countries left #Belarus no choice but to deploy #Russia's tactical nuclear weapons and had better take heed not to “cross red lines” on key strategic issues, a senior Belarusian official was quoted as saying.https://t.co/BimL1Tvdtx
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) May 29, 2023
อย่างไรก็ตาม ภูมิศาสตร์การเมืองโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง “คำมั่นสัญญาเหล่านั้นไม่มีอยู่อีกต่อไป” โดยไม่ได้ขยายความว่าหมายถึงประเด็นใด แต่ทิ้งท้ายว่า “ฝ่ายตะวันตกทำให้เบลารุสไม่มีทางเลือก”
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัสเซียทยอยนำอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์เข้ามาติดตั้งในประเทศ โดยนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 1990 หรือก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ที่รัสเซียนำอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ไปติดตั้งในประเทศอื่น
Watch: Belarusian strongman Alexander Lukashenko says that #Russia has begun moving nuclear weapons to its ally #Belarus, after Russian leader Vladimir Putin announced plans to transfer them in March.https://t.co/KkTfGFHROV pic.twitter.com/NJtEpEKuI9
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) May 26, 2023
อนึ่ง อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิ แม้ถือเป็นอาวุธอันตราย แต่ยังคงมีศักยภาพในขอบเขตจำกัด แตกต่างจากระเบิดนิวเคลียร์ที่สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองราบเป็นหน้ากลอง
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศเรื่องนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่า “สหรัฐทำแบบนี้มาก่อนนานแล้ว” ดังนั้น “จึงไม่ควรถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ” และรัฐบาลมอสโกมอบความสนับสนุนทางทหารให้แก่เบลารุส “โดยไม่ได้ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับใดก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์”.
เครดิตภาพ : AFP



