สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีออกแถลงการณ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เตรียมปิดสถานกงสุลใหญ่ 4 แห่งในรัสเซีย ภายในเดือน พ.ย. นี้ รวมถึงที่เมืองคาลินินกราด เมืองเยคาเทรินเบิร์ก และเมืองโนโวซิเบียร์สก์ ภายในเดือน พ.ย. ที่จะถึง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของรัฐบาลมอสโก ซึ่งหมายความว่า เยอรมนีจะเหลือเพียงสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงมอสโก และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน รัสเซียต้องยุติการดำเนินงานของสถานกงสุลใหญ่ 4 แห่งในเยอรมนีเช่นกัน ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2566 ปัจจุบัน รัฐบาลมอสโกมีสถานกงสุลใหญ่ประจำเมืองมิวนิก แฟรงก์เฟิร์ต บอนน์ ไลป์ซิก และฮัมบัวร์ก หมายความว่า ภายในสิ้นปีนี้ รัสเซียจะเหลือเพียงสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงเบอร์ลิน และสถานกงสุลใหญ่อีกแห่งหนึ่งเท่านั้น


ทั้งนี้ รัสเซียมีคำสั่งเมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา จำกัดจำนวนบุคลากรการทูตและเจ้าหน้าที่รัฐของเยอรมนีเหลือเพียง 350 คน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานชาวเยอรมัน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามสถาบันของเยอรมนีหลายแห่งในรัสเซีย ต้องเดินทางกลับ แม้รวมถึงเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล แต่คราวนี้จะรวมถึงครูและพนักงานของสถาบันเกอเธ่ และโรงเรียนนานาชาติเยอรมันในกรุงมอสโก ตลอดจนครูชาวเยอรมันซึ่งทำงานอยู่ตามโรงเรียนหลายแห่งในรัสเซีย


ด้านสื่อเยอรมนีวิจารณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น “คือสงครามการทูต” ซึ่งมีชนวนเหตุจากความขัดแย้งเรื่องยูเครน โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เยอรมนีเนรเทศนักการทูตรัสเซีย “จำนวนหนึ่ง” เพื่อ “ลดขนาดหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลมอสโก” ในประเทศ ซึ่งรัฐบาลมอสโกตอบโต้ทันควัน ด้วยการเนรเทศนักการทูตเยอรมนี 20 คน พร้อมทั้งกำหนดโควตาบุคลากรการทูตเยอรมัน และตัวแทนของหน่วยงานจากสถาบันในเยอรมนี.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES