เมื่อวันที่ 12 เม.ย. จากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าวแก้งไก่ มีเนื้อที่ครอบคลุมใน 3 จังหวัด หนองคาย อุดรธานี และ เลย โดยช่วงดึกวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดไฟไหม้ป่าขึ้น ทางสถานีควบคุมไฟป่าหนองคาย รายงานว่า ได้ตรวจพบจุดความร้อนในพื้นที่ตำบลนางิ้ว อ.สังคม จ.หนองคาย ท้องที่ตำบลนาแค อ.นายูง จ.อุดรธานี และท้องที่ตำบลหาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย ต่อเนื่องถึงวันที่ 11 เม.ย. เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าได้ระดมกำลังพร้อมประสานความร่วมมือชาวบ้านเฝ้าระวัง โดยได้มีการเดินเท้าเข้าไปควบคุมไฟไม่ให้ลุกลาม
เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร เป็นสวนยางพาราและพืชสวน พืชไร่ จนถึงวันนี้ไม่พบเห็นไฟที่มีลักษณะลุกโหมกระหน่ำแล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มควันไฟในหลาย ๆ จุด ซึ่งพร้อมจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า ทำให้สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวัง ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยกลุ่มควัน

ด้านนางบุปผา ศรีจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านนางิ้ว ต.นางิ้ว อ.สังคม จ.หนองคาย เล่าว่า ช่วงตี 2 วันที่ 10 เม.ย. ได้เกิดไฟป่าขึ้น ปลุกชาวบ้านไปช่วยกันดับไฟ ชาวบ้านที่มีพื้นที่ใกล้ป่าให้ออกไปตรวจสอบ ไฟป่าลามมาก็ต้องทำกันไฟป้องกันสวนยางพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ ชาวบ้านต้องรักษาสวนยางพาราไม่ให้ได้รับความเสียหายหนัก ปีนี้หนักสุดในรอบ 40 ปี ไฟไหม้ทุกหย่อมหญ้า
ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดมีมาตรการป้องกันไฟป่าไม่ให้เผาในที่โล่งแจ้งจนถึง 31 มี.ค. 69 ชาวบ้านให้ความร่วมมือแม้แต่จะเผาหญ้าข้างบ้านตัวเองก็งดเพราะกลัวถูกจับ เพราะมีดาวเทียมตรวจจับความร้อนอยู่ แต่ปรากฏว่าพอถึงต้นเดือนเมษายน ช่วงวันที่ 4 เมษา เป็นต้นมา เริ่มมีไฟไหม้เกิดขึ้น ชาวบ้านก็บอกว่าไฟเกิดที่บ้านคีรีวงกต อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ก่อนจะลุกลามไปทั่วบริเวณ ประกอบกับพื้นที่ห่างไกลรถดับเพลิงเข้าไม่ถึง ชาวบ้านต้องระดมกำลังช่วยกัน ตอนแรกก็บอกไหวดูแลพื้นที่สวนของตัวเอง แต่ตอนหลังไม่ไหวแล้ว ทุกคนต้องออกไปช่วยกันตลอดแนว.




