ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติ 4 ต่อ 3 โดย 4 เสียงเห็นชอบ และ 3 เสียงงดออกเสียง ให้มีการขยายเวลาให้กับ บริษัท สเปซเทค จำกัด บริษัทลูกของ บมจ.ไทยคม ในการส่งดาวเทียมไทยคม 9 ทดแทนไทยคม 4 ที่หมดอายุวิศวกรรม ในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก โดยทาง บมจ.ไทยคม ได้รับใบอนุญาตสิทธิเข้าใช้วงโคจรดังกล่าวจากการประมูลเมื่อ ม.ค. 66 ซึ่ง กสทช. มีเงื่อนไขบังคับให้ บมจ.ไทยคม ต้องส่งดาวเทียมทดแทนภายใน 3 ปี ซึ่งตามกำหนดการคือภายในวันที่ 15 พ.ค. 69 นี้
โดยทาง บมจ.ไทยคม ได้แจ้งมาที่ กสทช. ว่า บริษัท แอสทรานิส (Astranis) ซึ่งเป็นผู้ผลิตดาวเทียมไทยคม 9 มีกำหนดเดิมที่จะส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเพื่อรักษาตำแหน่งและรักษาการใช้ความถี่ในปีนี้ เพื่อไม่ให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) พิจารณาระงับสิทธิการใช้ความถี่ของประเทศไทยในวงโคจรดังกล่าว แต่เนื่องจากบริษัท แอสทรานิส ประสบปัญหาในการจัดหาชิ้นส่วนบางประเภทเพื่อสร้างดาวเทียม จึงขอเลื่อนการส่งดาวเทียมไปเป็นเดือน ก.ย. ปี 70
“บอร์ด กสทช. ลงมติเห็นชอบ 4 ราย และงดออกเสียง 3 ราย เห็นชอบให้ขยายเวลาการส่งดาวเทียมด้วยเหตุ “เหตุสุดวิสัย” โดยให้คงวงเงินประกันเดิม 109 ล้านบาทไว้เช่นเดิมจนถึงเดือน ก.ย. 70 พร้อมทั้งมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานความถี่ระหว่างที่ไม่มีดาวเทียมใช้งานบนวงโคจร”
อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงาน กสทช. จะดำเนินการส่งหลักฐานการพักใช้คลื่นความถี่ (Suspension) ในวงโคจรดาวเทียม 119.5 องศาตะวันออก ต่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) อย่างเร่งด่วนภายในวันที่ 8 มิ.ย. 69 เพื่อให้ทันการประชุม Radio Regulation Board ของ ITU ที่จะเริ่มประชุมในช่วงวันที่ 29 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69
ด้านนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ยังได้พิจารณาคำขอของ บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด บริษัทลูกของไทยคม ที่แจ้งขอเลื่อนส่งดาวเทียมดวงใหม่ในวงโคจร 78.5 องศาตะวันออก ที่จะครบกำหนดภายในวันที่ 15 พ.ค. 69 นี้เช่นกัน โดยปัจจุบันมีดาวเทียมไทยคม 6 และไทยคม 8 ให้บริการในตำแหน่งนี้อยู่ ซึ่งบอร์ดเพียงแต่รับทราบการยื่นขอ ของเอกชน แต่ยังไม่ได้มีมติใดๆ เนื่องจากยังไม่ครบกำหนดระยะเวลา 3 ปี ในวันที่ 15 พ.ค. โดยได้ให้เอกชนไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับใบอนุญาตต่อไป



