เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีฯ นำเจ้าหน้าที่กองช่างและที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และดำเนินการเปิดทางระบายน้ำในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำขังและการระบายน้ำไม่สะดวกภายในซอยหัวหิน 102 โดยเทศบาลฯได้นำเครื่องจักรกลดำเนินการขุดลอก เปิดทางน้ำ และปรับปรุงแนวระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขังบนเส้นทางสัญจร พื้นที่เศรษฐกิจและการเกษตรของประชาชน พร้อมรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนแก้ไขปัญหาต่อไป

ขณะที่ นางสาวไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อม สท. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามการลอกคลองพระราชดำริ โซนใต้ตั้งแต่บ่อนไก่จนถึงข้างวัดเขาลั่นทม รวมถึงติดตามการลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่ชุมชนตะเกียบ เพื่อป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน และให้การระบายน้ำในชุมชนดีขึ้น

จากที่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แต่งตั้ง “คณะทำงานบริหารจัดการน้ำเทศบาลนครหัวหิน” เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหัวหินที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ถนนเพชรเกษม หน้าตลาดฉัตร์ไชย ซอยหัวหิน 88, 102 และ 112 ซึ่งมักมีน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักเกิน 90 มิลลิเมตร สาเหตุจากปัญหาด้านการระบายน้ำไม่เต็มประสิทธิภาพ มีวัชพืชและขยะจำนวนมากกีดขวางทางระบายน้ำ ช่องรับน้ำลงท่อระบายมีขนาดเล็ก ปัญหาเรื่องระดับพื้นที่บางจุดเป็นทางโค้งทำให้น้ำไหลย้อนกลับ การขวางทางน้ำของแบริเออร์ รวมทั้งน้ำหลากจากเขาหินเหล็กไฟและวัดพุทธไชโยไหลเข้าสู่ตัวเมือง

ทั้งนี้ ดร.รอยล ได้เสนอแนวคิด “ทฤษฎีตัดน้ำ” มาประยุกต์ใช้ด้วยการตัดกระแสน้ำก่อนจะหลากเข้าพื้นที่เมืองหัวหิน โดยใช้คลองพระราชดำริฯ ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำหลัก พร้อมแนะนำให้ติดตั้งระบบสูบน้ำและระบบดักตะกอนดิน พร้อมทั้งวางแผนติดตั้งระบบประเมินสถานการณ์น้ำฝนแบบ “Ground Control Point” เพื่อช่วยประเมินปริมาณน้ำและฝนในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการขุดขยายสระน้ำภายในสนามกอล์ฟหลวงหัวหินเพื่อรับน้ำฝนจากเขาหินเหล็กไฟ พร้อมทั้งเสนอให้เทศบาลฯประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอใช้พื้นที่ดำเนินการเปิดร่องน้ำ 2 ข้างทางรถไฟเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและแก้ปัญหาวัชพืชกีดขวางทางน้ำ ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนรับมือกับน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.