เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงวิจารณ์นโยบายปลดล็อกกัญชา ว่าทำให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายและส่งผลกระทบต่อปัญหายาเสพติด ว่า กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า นโยบายของรัฐบาลเน้นย้ำจุดยืนกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น ไม่สนับสนุนการใช้เพื่อสันทนาการอย่างเด็ดขาด และที่ผ่านมาไม่ได้มีการปล่อยปละละเลยตามที่ถูกกล่าวหา แต่ได้ควบคุมผ่านยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ดังนี้ 1. ทำงานเชิงรุก กวาดล้างร้านเถื่อนด้วยการยกระดับการควบคุมสถานประกอบการผ่านระบบดิจิทัล (Digital Health Ecosystem) โดยนำฐานข้อมูลร้านค้าที่ได้รับอนุญาตถูกต้องกว่า 1,500 แห่ง ขึ้นระบบออนไลน์มีพิกัด GPS เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบ

จับกุมร้านเถื่อน ล่าสุดได้เพิกถอนและไม่อนุมัติต่อใบอนุญาตสำหรับร้านที่ผิดเงื่อนไข กว่า 6,000 แห่ง นอกจากนี้ ยังได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ E-License บูรณาการร่วมกับกรมศุลกากรและการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT) เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบส่งออกและการปลอมแปลงเอกสารอย่างเด็ดขาด

นายพัฒนา กล่าวว่า 2. การปกป้องสุขภาพและสังคม โดยระบบคัดกรองที่แม่นยำและรัดกุม ซึ่งกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่าตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มสูงขึ้นนั้น ก็เป็นผลสะท้อนจากประสิทธิภาพของระบบเฝ้าระวังและคัดกรองเชิงรุกของกระทรวงฯ ที่ครอบคลุมมากขึ้น ทำให้สามารถนำกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่ระบบการดูแลได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ข้อมูลทางการแพทย์ชี้ชัดว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติการใช้สารเสพติดชนิดอื่นร่วมด้วย ทั้งนี้ ระบบสาธารณสุขไทยได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและคลินิกบำบัดรักษาไว้รองรับอย่างเต็มศักยภาพ

3. การจัดระบบบริการที่ปลอดภัย จำกัดการเข้าถึงอย่างเด็ดขาด ซึ่งข้อกล่าวหาที่ว่าไม่มีกฎหมายควบคุมอายุผู้ซื้อนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีประกาศกำหนดให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ซึ่งระบุข้อห้ามเด็ดขาดในการจำหน่ายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ตลอดจนห้ามเร่ขาย ห้ามใช้ตู้กดอัตโนมัติ และห้ามสูบในที่สาธารณะ นอกจากนี้ ร้านที่ได้รับอนุญาตจะต้องปรับตัวเป็นสถานพยาบาล โดยต้องมีแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขประจำเพื่อกำกับดูแลการจ่ายยาให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย

และ 4. การส่งเสริมและผลักดัน พ.ร.บ. เพื่ออุดช่องโหว่เด็ดขาด โดยเครื่องมือที่ยั่งยืนที่สุดในการแก้ปัญหาระยะยาวคือ พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว กฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จตั้งแต่ระดับต้นน้ำ คือการปลูก ไปจนถึงปลายน้ำ และจะมีการกำหนดบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงขึ้นมากสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนนำไปใช้ผิดประเภท

“กระทรวงสาธารณสุขทำงานบนฐานของข้อมูลวิชาการและการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหัวใจหลัก เราเข้าใจในความกังวลของสังคม จึงขอเรียกร้องให้พรรคประชาชน รวมถึงทุกพรรคการเมืองในสภา นำความห่วงใยนี้มาเปลี่ยนเป็นการร่วมมือกันพิจารณาและผลักดันร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ให้สำเร็จ เพื่อสร้างกฎหมายที่เข้มแข็งในการดูแลประชาชน มากกว่าการใช้ประเด็นทางสาธารณสุขเป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง” รมว.สาธารณสุข กล่าว.