เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งครบกำหนดกรอบเวลา 7 วันในการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยจะเข้ารายงานผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แถลงผลการสอบสวนด้วยตนเองหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่จำเป็น เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายชัดเจนอยู่แล้วว่าหากผลการสอบสวนเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด บุคคลนั้นจะต้องถูกลงโทษโดยไม่มีข้อยกเว้น ส่วนกระแสข่าวที่มีข้าราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งหากไม่มีมูลความจริง ปลัดกระทรวงมหาดไทยคงไม่สั่งย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อว่า ปัจจุบันมีฝ่ายตรงข้ามพยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อใส่ร้ายตน อย่างไรก็ตาม ตนรับทราบข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดและได้สั่งการให้วางมาตรการป้องกันสถานที่เก็บเอกสารหลักฐานอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันกรณีแอบอ้างเหตุไฟฟ้าลัดวงจรเพื่อทำลายหลักฐาน โดยสั่งให้คัดลอกไฟล์และจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ ทั้งในรูปแบบฮาร์ดดิสก์ ซอฟต์ดิสก์ และเอกสารสำรองเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการท้องถิ่นบางส่วนมติเสียงข้างมากให้เดินหน้ารับรองผลการสอบ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ตนสั่งการและเบรกในส่วนของกระทรวงมหาดไทยแล้วว่าไม่ควรรับรองผลสอบที่พบข้อพิรุธ แต่เมื่อคณะกรรมการท้องถิ่นซึ่งมีสัดส่วนจากบุคคลภายนอก 20 กว่าคนใช้มติโหวตให้รับรอง กลุ่มคนเหล่านั้นก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทางกฎหมายที่จะตามมาในอนาคต หากพบว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับการทุจริต จากนี้กระทรวงมหาดไทยจะมุ่งเน้นการดำเนินคดีอาญาและการติดตามตัวผู้กระทำผิด พร้อมทั้งเตรียมพิจารณาแก้ไขกฎเกณฑ์การกระจายอำนาจใหม่เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ในลักษณะนี้อีก เพราะหากปล่อยให้กระจายอำนาจกันอย่างไม่มีมาตรการควบคุม ผลลัพธ์ก็จะเกิดปัญหาทุจริตซ้ำซาก ซึ่งจากผลสอบที่ปรากฏคาดว่าจะต้องมีการสังคายนาล้างระบบครั้งใหญ่ เนื่องจากเป็นขบวนการขนาดใหญ่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ปฏิเสธกระแสข่าวลือที่พยายามเชื่อมโยงประเด็นทุจริตตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูก โดยระบุว่า “ต้องบอกก่อนว่าใครชอบไปพูดมีตั้งแต่สมัยผู้พ่อเป็น มท.1 ยันลูกเป็น มท.1 ยืนยันไม่รู้เรื่องอะไรเลย พ่อผม (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ไม่ได้มีปัญหาเรื่องนายอำเภอ และตัวผมเองที่บอกเข้ามาตั้งหลายปีแล้วไม่รู้เรื่องว่าเขาโกงกัน รู้ไง ผมเป็นคนยกเลิกไม่ให้สอบหลังจากนั้น 2-3 ปี รวมเวลาที่ตนไปพักร้อนก็ประมาณ 3 ปี ไม่มีการสอบอีกเลย จนเขาอ้างว่าเพราะผมอยู่จึงไม่ได้สอบมา 2 ปีกว่าถึงมาสอบ และจริงๆ เรื่องสอบเป็นเรื่องของกรม ถามว่าต้องแจ้ง รมว.มหาดไทยไหม ไม่ต้องไม่ใช่เรื่อง แต่ต่อให้เขาทำก็ต้องทำด้วยวิธีการที่ถูกต้อง รมว.มหาดไทยตอนนี้ที่ลงมายุ่งก็เพราะว่าทำไม่ถูกต้อง ทำแล้วมีเรื่องมีราวก็ลงมาดำเนินการ และอย่าลืมว่าคนที่ตั้งเอ็มโอยูให้ 7 หน่วยงานมาร่วมกันป้องกันการทุจริตเมื่อ 2 ปีกว่าที่แล้วก็ผม แล้วจะบอกว่าไม่ดำเนินการได้อย่างไร” นายอนุทิน กล่าวในที่สุด



