สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่าสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์ว่า นางโนลีน เฮย์เซอร์ จะปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้แทนพิเศษด้านกิจการเมียนมา จนถึงวันที่ 12 มิ.ย. นี้ “เป็นวันสุดท้าย” นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีความซาบซึ้งใจอย่างสูงสุด และขอบคุณเฮย์เซอร์จากใจ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในนามของสันติภาพและเพื่อชาวเมียนมา


ทั้งนี้ เฮย์เซอร์ นักการทูตอาวุโสชาวสิงคโปร์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) ได้รับการแต่งตั้งจากกูเตร์เรส ให้ดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษด้านกิจการเมียนมาของยูเอ็น เมื่อเดือน ต.ค. 2564


เฮย์เซอร์เยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเธอได้เข้าพบ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีเมียนมา ตลอดจนทหารระดับสูงอีกหลายนาย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร แต่การที่เธอเรียกร้องการปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากรัฐบาลทหารเช่นกัน


ขณะที่ก่อนการเยือนเมียนมา เฮย์เซอร์เดินทางมายังประเทศไทย เมื่อเดือน ม.ค. 2565 เข้าพบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย โดยเธอกล่าวว่า บทบาทของไทยมีความสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติการณ์ในเมียนมาเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากสถานการณ์ของเมียนมาที่ไร้เสถียรภาพจากภายใน จะยิ่งสั่นคลอนบรรยากาศตามแนวพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ ให้สั่นคลอนมากยิ่งขึ้นไปอีก

ไทยคู่ฟ้า ทําเนียบรัฐบาล


อนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นประเทศซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมามากที่สุดแล้ว กองทัพเมียนมากับกองทัพไทย “มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน” อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารในเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 รัฐบาลไทยรักษาท่าทีอย่างมาก ในการให้ความเห็นต่อสาธารณชน เกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในเมียนมา.

เครดิตภาพ : AFP