เกมชี้ชะตา “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ดวล เติร์กเมนิสถาน ในฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่ม D นัดสุดท้าย วันที่ 31 มี.ค.69 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น.
ทั้ง 2 ทีมมี 12 แต้ม แย่งกันคว้าตั๋วใบเดียวเข้ารอบ แต่ทีมไทย “ต้องชนะ” เท่านั้น เนื่องจากเกมแรก บุกแพ้มาก่อน 1-3 ทำให้ “เฮดทูเฮด” เป็นรอง หาก ไทยเสมอ หรือแพ้ ก็จบเห่ ตกรอบ ปล่อยให้ เติร์กเมนิสถาน บุกมาคว้าตั๋วถึงถิ่นไปเตะรอบสุดท้ายที่ ซาอุฯ แทน
หลังจาก แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าโค้ช นำนักเตะไปซ้อมสนามจริง ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อ 28 มี.ค.69 ล่าสุด 29 มี.ค.69 ช่วงเย็น กลับมาซ้อมที่สนามซ้อมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด (BGPU Training Center 3) จ.ปทุมธานี ทบทวนแทคติกลุยเติร์กฯ

ด้าน “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะกัปตันทีม กล่าวถึงเกมนี้ว่า ในเรื่องความกดดัน ทุกคนที่เล่นทีมชาติมีอยู่แล้วในทุกเกม แต่ต้องทำให้ทีมไทยมีผลงานดีสุด และชนะ ทีมไทยเป็นของทุกคน บอลไทยชนะ ทุกอย่างดีหมด มีแต่สิ่งดี
“ไม่ใช่แค่ผมที่เป็นกัปตันทีม ทุกคนเหมือนกัน เคยเป็นกัปตันทีม ทั้ง พี่อุ้ม (ธีราทร บุญมาทัน), ตังค์ (สารัช อยู่เย็น) แต่เราต้องเคารพโค้ช เคารพคู่แข่งด้วย เพราะชนะเรามา เมื่อถึงหน้างาน ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อชัยชนะ”
ชนาธิป ยังกล่าวถึงบรรดาดาวรุ่งว่า ทุกคนที่ติดทีมชาติ ไม่มีคำว่าฟลุก มีแต่ฝีมือ ไม่มีโชคช่วย อยากให้รุ่นน้องๆ มั่นใจ
“ไม่ใช่แค่เอาเด็กมาติด ถ้าคุณซ้อมดี ก็ได้เล่น ถ้าคุณดีกว่าเรา คุณได้เล่น อยากให้น้องๆ มั่นใจ” เจ กล่าว พร้อมยืนยันว่า ทีมชาติไทย จะซ้อมเต็มที่ พักผ่อนเพียงพอ
“จะทำให้พวกเรามีความสุข วันที่ 31 มี.ค.นี้ จะเป็นเกมพิเศษ จะลงไปสู้ทุกนาที เพื่อชัยชนะ” เจ ทิ้งท้าย.



