จอห์น วาลด์แมน วัย 43 ปี เปิดร้านขายปืน ‘จอร์เจีย บอลลิสติคส์’ ในเมืองดัลลูท รัฐจอร์เจีย เมื่อเดือน มี.ค. 2564 ธุรกิจหลังสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดของเขาดำเนินไปได้ดีมาก 

กระนั้น เมื่อเกิดเหตุกราดยิงบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนคริสเตียน ในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี และอีกเหตุการณ์หนึ่งที่โรงพยาบาลแอตแลนตา ได้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายของ วาลด์แมน

เขาตัดสินใจที่จะปิดร้าน เลิกทำธุรกิจขายปืนและกระสุน โดยตั้งใจจะเคลียร์สินค้าที่เป็นอาวุธปืนทั้งร้านให้หมดภายในวันที่ 15 มิ.ย. ที่จะถึงนี้

วาลด์แมน ยืนยันว่า เขาไม่เคยทำผิดกฎหมาย เขาขายให้ลูกค้าที่มีใบอนุญาตพกปืนเท่านั้น แต่เขาได้มาถึงจุดที่เกิดความกังวลว่าสินค้าของเขาชิ้นใดชิ้นหนึ่ง อาจตกไปอยู่ในมือคนผิด แม้ว่าคนคนนั้นจะไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน

เจ้าของร้านหนุ่มใหญ่ กล่าวว่า มันเป็นเรื่องของจิตสำนึก เขาไม่สามารถขายปืนได้อีกต่อไป เพราะเขาไม่มีวันรู้เลยว่าปืนกระบอกนั้นจะไปทำร้ายใครได้บ้าง และนั่นกัดกินความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขา 

จอห์น วาลด์แมน เจ้าของร้านขายปืนและกระสุนในรัฐจอร์เจีย ตัดสินใจปิดร้านอย่างถาวร

เหตุการณ์กราดยิงโดยนักเรียนที่โรงเรียนโคฟแนนท์ เมืองแนชวิลล์ วันที่ 27 มี.ค. 2566 มีผลกระทบต่อความรู้สึกของเขามาก เหตุการณ์ครั้งนั้นมีเด็กๆ เสียชีวิต 3 ราย ผู้ใหญ่อีก 3 ราย ส่วนมือปืนนั้นโดนตำรวจยิงจนเสียชีวิต 

ต่อมาก็มีเหตุการณ์กราดยิงในฝูงชนที่โรงพยาบาลแอตแลนตา มือปืนยิงเจ้าหน้าที่หญิงจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อคนหนึ่งเสียชีวิต ยิ่งเป็นการตอกย้ำต่อตัว วาลด์แมน ว่า เหตุการณ์ในทำนองนี้ควรจะยุติลงได้แล้ว

นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลที่ทำให้ วาลด์แมน ตัดสินใจยุติธุรกิจ เขาเล่าว่า เมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน เขาเจอลูกค้ามาสั่งซื้อกระสุน 4,000 นัด 

ปกติแล้ว นักยิงปืนทั่วไปจะใช้กระสุนราว 200-1,000 นัด ถ้าหากยิงปืนเป็นประจำ ก็เป็นไปได้ที่จะใช้กระสุน 1,000 นัด ภายใน 1 เดือน แต่การสั่งซื้อกระสุนถึง 4,000 นัดนั้น มีแนวโน้มที่จะเป็นการนำไปใช้ยิงเรื่อยเปื่อยใส่รถยนต์หรือข้าวของ หรืออาจไปจบลงที่เสื้อกันกระสุนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทำให้ วาลด์แมน รู้สึกว่า เขาขายสินค้าให้ในลักษณะนี้ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้ว เขาไม่ได้ต้องการผลักดันเรื่องการจำกัดการพกอาวุธปืน แต่ต้องการให้คิดถึงการฝึกฝนเพื่อใช้งานอย่างปลอดภัยมากกว่า เขายังชี้ว่ามีเจ้าของปืนจำนวนมากที่ใส่ใจปืนของตัวเองน้อยยิ่งกว่าโทรศัพท์มือถือ

วาลด์แมน กล่าวว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา คนอเมริกันได้เห็นเด็กๆ หลายคนที่ตกเป็นเหยื่อกระสุนครั้งแล้วครั้งเล่า และเขาไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนั้นอีก ตัวเขาเองก็มีลูก แฟนสาวของเขาก็มีลูก และเขารักครอบครัวของเขา 

คริส บราวน์ ประธานของศูนย์ต่อต้านการใช้อาวุธปืนเพื่อความรุนแรงเบรดี กล่าวว่า ทุกๆ วันจะมีเด็กๆ ราว 8 คน ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนในครอบครัว เนื่องจากยังไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายให้เจ้าของปืนต้องเก็บรักษาอาวุธปืนอย่างปลอดภัย 

แหล่งข่าว : nbcnews.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES