สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) เผยแพร่รายงานว่า สงครามและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อผลผลิตในเอเชียแปซิฟิกประมาณ 97,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.10 ล้านล้านบาท) ถึง 299,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.5 ล้านล้านบาท) เนื่องจากต้นทุนการขนส่ง ค่าไฟฟ้า และราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น
ตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่ากับประมาณ 0.3% ถึง 0.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของในภูมิภาค นอกจากนี้ ยูเอ็นดีพียังคาดการณ์ว่าสงครามครั้งนี้ทำให้คนทั่วโลก 32 ล้านคน เสี่ยงที่จะตกสู่ภาวะยากจน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากถึง 8.8 ล้านคน
A new UNDP report finds that military escalation in the Middle East could push 8.8 million people into poverty and lead to economic losses of up to US$299 billion in Asia and the Pacific, with South Asia bearing the heaviest burden.
— UNDP in Asia and the Pacific (@UNDPasiapac) April 14, 2026
Download: https://t.co/HXfvKcnElp
Press… pic.twitter.com/9lEebXwv09
นอกจากนี้ สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้เกิดวิกฤติการณ์น้ำมันครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น และยังเป็นตัวถ่วงต่อการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเอเชียมีความอ่อนไหวต่อผลกระทบจากการขาดแคลนนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่จากตะวันออกกลาง
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อบีบให้หลายประเทศพยายามประหยัดเชื้อเพลิงและไฟฟ้า พร้อมกับมองหาแหล่งพลังงานทางเลือก แม้ตัวเลือกเหล่านั้นจะมีราคาสูงและมีจำกัดก็ตาม
อนึ่ง เอเชียเป็นทวีปซึ่งมีประชากรมากที่สุดและมีสัดส่วนการผลิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก ซึ่งหมายความว่าการที่เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ได้รับผลกระทบ จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั่วโลกด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



