เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 69 นักกฎหมายได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่านเดลินิวส์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนเกี่ยวกับอายุความในคดีอาญา (เช่น คดีฆ่าคนตาย, ข่มขืนกระทำชำเรา, ลักทรัพย์) โดยระบุว่า อายุความจะเริ่มนับ “วันแรก” ทันทีที่เกิดการกระทำความผิด และจะดำเนินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องต่อศาลได้ หากพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง คดีจะถือว่าขาดอายุความและไม่สามารถเอาผิดได้อีก

สรุปการนับอายุความตามมาตรา 95 ดังนี้

กฎหมายกำหนดอายุความตามอัตราโทษสูงสุดของความผิดแต่ละประเภท ได้แก่

  • 20 ปี : สำหรับความผิดโทษประหารชีวิต, จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกสูงสุด 20 ปี
  • 15 ปี : สำหรับความผิดโทษจำคุกเกิน 7 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี
  • 10 ปี : สำหรับความผิดโทษจำคุกเกิน 1 ปี ถึง 7 ปี
  • 5 ปี : สำหรับความผิดโทษจำคุกเกิน 1 เดือน ถึง 1 ปี

ทั้งนี้ เรื่องของการนับอายุความหรือข้อกำหนดทางเทคนิค ไม่ใช่สิ่งที่เหยื่อหรือผู้เสียหายต้องกังวลหรือนำมาพิจารณาเอง จนไม่กล้าเข้าแจ้งความ สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อถูกละเมิดหรือตกเป็นเหยื่อ ขอให้ออกมาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง

แม้บาดแผลทางกายจะเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่บาดแผลทางจิตใจควรได้รับการเยียวยาผ่านกระบวนการยุติธรรม ส่วนภารกิจการสืบสวน สอบสวน และการติดตามตัวคนร้ายให้ทันก่อนคดีจะหมดอายุความนั้น ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของผู้พิทักษ์กฎหมายที่จะต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด.