ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ เตรียมปรับขึ้นราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอีก 20 สตางค์ต่อฟอง หรือแผงละ 6 บาท โดยปรับราคาจากฟอง 3.40 บาท เป็น 3.60 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น

นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง กล่าวว่า ที่ผ่านมา ผู้เลี้ยงยังไม่ได้ขึ้นราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์ม และยังยืนราคาเดิมที่ฟอง 3.60 บาทตั้งแต่เดือน มี.ค. 69 เพราะราคาจำหน่ายจริงในตลาดยังไม่ถึงเพดานราคาแนะนำที่ฟองละ 3.60 บาท โดยตกฟองละ 3.30 บาท แต่ยอมรับว่า ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. ราคาขายไข่ไก่ในตลาดที่แท้จริงปรับขึ้นฟองละ 20 สตางค์ จากฟองละ 3.30 บาท เป็น 3.50 บาท และยังไม่ถึงราคาแนะนำที่ประกาศไว้ที่ฟองละ 3.60 บาท

“สาเหตุที่เกษตรกรปรับราคาไข่เพิ่มขึ้นอีก 20 สตางค์ เพราะมีต้นทุนการเลี้ยงสูงมาก โดยเฉพาะต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ขณะนี้ขึ้นไป กก.ละ 14 บาท สูงกว่าที่กระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าจะดูแล กก.ละ 9.80 บาท ขณะเดียวกัน ตั้งแต่เดือนมี.ค. ราคาอาหารสัตว์ปรับขึ้น 4 ครั้งแล้ว ล่าสุดอยู่กระสอบละ 440 บาท

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า ด้านเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคกลางตอนบนเพื่อการค้า และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี จำกัด แจ้งสมาชิกผู้เลี้ยงสุกร ว่า ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป จะปรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มขึ้นอีก กก.ละ 4 บาท ส่งผลให้ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มภาคตะวันตก ขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 62-64 บาท, ภาคตะวันออก กก.ละ 64-68 บาท, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กก.ละ 68-70 บาท, ภาคเหนือ กก.ละ 68-70 บาท และภาคใต้ กก.ละ 68 บาท นับเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 ปรับขึ้นมาแล้ว กก.ละ 4 บาท

นายเกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า การปรับราคาครั้งนี้เป็นไปตามต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นจากราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเดิมเมื่อเดือน มี.ค. 69 ต้นทุนการเลี้ยงตก กก.ละ 70 บาท แต่ล่าสุดไป 72-73 บาทแล้ว ขณะที่ราคาสุกรหน้าฟาร์มในหลายพื้นที่ยังต่ำกว่าต้นทุน

“ผู้เลี้ยงสุกรต้องการเห็นราคาสุกรหน้าฟาร์มอยู่ที่ กก.ละ 72-74 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริง แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า การปรับราคาจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะต้องดูกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงราคาหมูเนื้อแดงในตลาดค้าปลีกและโมเดิร์นเทรดด้วย หากสถานการณ์ตลาดเอื้ออำนวย ราคาสุกรหน้าฟาร์มยังมีโอกาสทยอยขยับขึ้นได้อีกเป็นระยะๆ ครั้งละ 2-4 บาท เพราะหากราคาสุกรปรับขึ้นไม่ได้ อาจทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องเลิกเลี้ยงได้”