สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน สาบานตนต่อสภาแห่งชาติ ในกรุงอังการา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อรับตำแหน่งผู้นำตุรกีเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน หลังชนะการเลือกตั้งรอบชิงดำเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 52.18% ต่อ 47.82% เหนือ นายเคมัล คิลิกดาโรกลู ผู้นำฝ่ายค้าน


ทั้งนี้ ผู้นำตุรกีวัย 69 ปี ให้คำมั่นรักษาหลักนิติธรรม และอุดมการณ์โลกวิสัย ที่หมายถึงความเป็นกลางทางศาสนา ตามแนวทางของนายมุสตาฟา เคมัล อตาเติร์ก บิดาแห่งชาติ

นายเมห์เม็ต ซิมเซ็ก


ขณะเดียวกัน เออร์โดกัน ประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่เป็นการปรับเปลี่ยนแทบทุกตำแหน่ง ยกเว้น รมว.สาธารณสุข และกระทรวงวัฒนธรรม โดยรัฐมนตรีคนใหม่รวมถึง นายเมห์เม็ต ซิมเซ็ก อดีตนักเศรษฐศาสตร์ของเมอร์ริล ลินช์ บริษัทจัดการและให้คำปรึกษาด้านการลงทุนรายใหญ่ของสหรัฐ ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.การคลัง แม้เป็นที่ทราบกันดีในตุรกี ว่า ซิมเซ็ก คัดค้านการดำเนินนโยบายการเงินแบบนอกกรอบ


ซิมเซ็ก เคยดำรงตำแหน่งเดียวกันนี้ให้กับ เออร์โดกัน มาแล้ว ระหว่างปี 2552-2558 และเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ก่อนลาออกเมื่อปี 2561 จากวิกฤติค่าเงินลีรา

นายฮาคัน ฟิดาน


ขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศคนใหม่ของตุรกี คือ นายฮาคัน ฟิดาน ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง วัย 55 ปี ซึ่ง เออร์โดกัน ยกย่องว่า “เป็นนักเก็บความลับตัวยง”


อนึ่ง เออร์โดกัน ขึ้นสู่อำนาจสูงสุดทางการเมือง ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2546 และชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 2557 หลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วให้อำนาจบริหารทั้งหมดขึ้นตรงกับประธานาธิบดี


นอกเหนือจากความท้าทายภายในประเทศแล้ว ความสัมพันธ์กับโลกตะวันตกในหลายมิติยังคงเป็นเรื่องที่ตุรกีต้องบริหารจัดการ หนึ่งในนั้นคือการที่รัฐบาลอังการายังไม่ให้สัตยาบันต่อสวีเดน ในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) โดยเป็นที่น่าจับตา จากการที่ นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต เข้าร่วมพิธีสาบานตนของ เออร์โดกัน ด้วย.

เครดิตภาพ : AFP