สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เผยแพร่แถลงการณ์ของ น.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับการที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) หารือวาระพิเศษ เมื่อวันเสาร์ เกี่ยวกับการที่รัฐบาลเปียงยางพยายาม ส่งจรวดปล่อยดาวเทียมสอดแนมทางทหาร เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่า ยูเอ็นเอสซี “ทำตัวเป็นสาขา” ของ “แก๊งอันธพาล” ที่นำโดยสหรัฐ


น้องสาวของท่านผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือกล่าวต่อไปว่า เธอ “ไม่พอใจเป็นอย่างมาก” ต่อการที่ยูเอ็นเอสซีดำเนินการตามคำสั่งของรัฐบาลวอชิงตัน วิพากษ์วิจารณ์เกาหลีเหนือครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่ความพยายามส่งดาวเทียมที่เพิ่งเกิดขึ้น “เป็นการใช้สิทธิภายใต้อำนาจอธิปไตยแห่งรัฐ” เรื่องนี้ถือเป็นการละเมิดกิจการภายใน และรุกล้ำอธิปไตยของเกาหลีเหนืออย่างโจ่งแจ้ง


ทั้งนี้ คิม โย-จอง ยืนยันว่า แผนการส่งดาวเทียมของเกาหลีเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อ “ตอบโต้และป้องกันตัวเองอย่างชอบธรรม” จากภัยคุกคามโดยสหรัฐและพันธมิตร “ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม ยูเอ็นเอสซีไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกันได้ในเรื่องนี้ เนื่องจากจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็น 2 ใน 5 สมาชิกถาวรของคณะมนตรี ไม่สนับสนุนเนื้อหาบางส่วน


นับตั้งแต่ปี 2541 เกาหลีเหนืออ้างการยิงจรวดปล่อยดาวเทียมแล้ว 5 ครั้ง จากจำนวนดังกล่าว 3 ครั้ง ประสบกับความล้มเหลว ส่วนอีกสองครั้งที่เหลือ แม้สามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ แต่ไม่เคยมีฝ่ายใดตรวจสอบสัญญาณจากดาวเทียมเหล่านั้นได้
อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนืออ้างว่า การส่งดาวเทียมทั้ง 5 ครั้งก่อนหน้านั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการสื่อสารและโทรคมนาคม แต่การส่งดาวเทียมครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีเป้าหมาย เพื่อการสอดแนมทางทหาร.

เครดิตภาพ : AFP