เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลังจากที่ นายพัลลภ มีเพียร นิติกรเทศบาลนครเกาะสมุย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอความร่วมมือเจ้าของวิลล่าและอาคารสิ่งปลูกสร้าง ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างที่ครอบครอง หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยให้ติดต่อเทศบาลโดยด่วน เนื่องจากตรวจพบการปลอมแปลงเอกสารราชการ นั้น

สั่งเอาผิดหนัก ‘เจ้าหน้าที่ธุรการ’ ปลอมลายเซ็นใบอนุญาตก่อสร้างอาคารบนเกาะสมุย

ฉาวเกาะสมุย! แฉปลอมใบอนุญาตก่อสร้าง วิลล่าหรูต่างชาติสะเทือนความเชื่อมั่น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีการตรวจพบใบอนุญาตก่อสร้างอาคารปลอมในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลังเจ้าของบริษัทออกแบบก่อสร้างรายหนึ่งในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับพนักงาน สังกัด กองช่างเทศบาลตำบลเพชรพะงัน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา

โดยใบอนุญาตก่อสร้างวิลล่าของบริษัทต่างชาติ ที่ผู้เสียหายรับจ้างออกแบบก่อสร้างอาคาร จำนวน 9 หลัง และก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้รับมาเป็นใบอนุญาตปลอม ทำให้ไม่สามารถขอบ้านเลขที่หรือทำธุรกรรมใดๆ เกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดได้

เจ้าของบริษัทคนดังกล่าว ให้ปากคำกับตำรวจว่า ได้เข้าดำเนินการยื่นแบบ เพื่อขออนุญาตก่อสร้างอาคารวิลล่าให้ลูกค้า ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 68 เมื่อยื่นเอกสารเรียบร้อย ระหว่างรอใบอนุญาต ผู้รับเหมาก็เข้ามาดำเนินการก่อสร้างทันที เนื่องจากมั่นใจว่า จะได้รับใบอนุญาต เพราะผู้เสียหายได้ประกอบธุรกิจมานานและมีความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี แต่ปรากฏว่า ภายหลังการก่อสร้างอาคารเรียบร้อย ตนจึงได้นำเอกสารไปยื่นขอเลขที่บ้านที่อำเภอ กลับพบว่าใบอนุญาตดังกล่าวไม่อยู่ในสารบบ ทำให้ทางอำเภอไม่สามารถออกเลขที่บ้านให้ได้

โดยภายหลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพบว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการรับแจ้งออกใบอนุญาตคนดังกล่าว ยังมีการนำส่งเอกสารใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการรายอื่นอีกไม่น้อยกว่า 40 ใบ ส่วนใหญ่เป็นการอนุญาตสร้างอาคารวิลล่าให้กับชาวต่างชาติ และจากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องที่ปรากฏลายมือชื่อบนใบอนุญาต อ้างว่าเป็นลายเซ็นที่เกิดจากการสแกนด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน

ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจพบใบอนุญาตปลอมของเทศบาลนครเกาะสมุย ภายหลังเทศบาล ได้มอบอำนาจให้นิติกรเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับข้าราชการหญิง ระดับพนักงานปฏิบัติการ ทางพนักงานสอบสวนได้สอบสวนปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม และเตรียมเรียกข้าราชการคนดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทราบว่า ข้าราชการคนดังกล่าว เข้ารับการบรรจุ เมื่อปี 65 ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ

ขณะที่แหล่งข่าว จากกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ความเห็นว่า การให้อำนาจท้องถิ่นออกใบอนุญาตก่อสร้าง ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการอนุญาต และควบคุม ทำให้เกิดปัญหาการทุจริต และแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งส่วนตัวมองว่า การที่เทศบาลนครเกาะสมุย จะนำช่องทางการอนุญาตก่อสร้าง มาตรา 39 ทวิ มาปรับใช้ อ้างว่าจะเป็นการลดขั้นตอนตามการออกใบอนุญาต มาตรา 21 ซึ่งสามารถขยายเวลาได้ถึง 3 ครั้ง ครั้งละ 45 วัน ทำให้นำไปสู่การทุจริตได้ จริงๆ แล้ว ทั้ง 2 มาตรา มีวิธิการปฏิบัติ ขั้นตอนการตรวจสอบเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่มีมาตรา 39 ทวิ มาเพื่ออำนวยความสะดวกในโครงการที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ยิ่งในพื้นที่ อ.เกาะสมุย และอีกหลายพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม การที่ท้องถิ่นจะออกใบอนุญาต ต้องมีการตรวจสอบร่วมกับ พ.ร.บ.อื่นๆ ที่บังคับใช้อย่างรอบคอบ หากมีการนำมาตรา 39 ทวิมาใช้ คือให้ผู้ขอใบอนุญาตดำเนินการก่อสร้างได้ทันทีหลังได้รับเลขจดแจ้ง แต่ต่อมาภายหลังตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ แม้ทางกฎหมายจะกำหนดให้ท้องถิ่น ใช้มาตรา 39 ตรี ในการบังคับแก้ไขแบบแปลน หรือ ระงับการก่อสร้างได้ แต่ในความเป็นจริง มาตรา 39 ไม่ถูกนำมาใช้ และยิ่งเป็นหนทางแห่งการเรียกรับผลประโยชน์อีกด้วย

แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า เมื่อมีการตรวจสอบพบว่า มีการก่อสร้างอาคารผิดกฎหมายจากหน่วยงานภายนอก การบังคับรื้อถอนอาคาร ก็ยังคงเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นนั้น ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากมาก ตนมองว่า ประชาชน และสื่อมวลชน ต้องทำหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส รวมถึงกดดันให้ท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา.