กรณีเดลีโฟกัส ตามเกาะติดการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3ก.โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กระทั่งกรมป่าไม้ รวบรวมหลักฐานไปแจ้งความดำเนินคดี ไว้ที่ บก.ปทส. เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งนายทุน-เจ้าหน้าที่รัฐนอกรีต พร้อมเร่งดำเนินการเพิกถอน น.ส.3ก.ที่ทับบนผืนป่า โดยเชื่อว่าเป้าประสงค์ของกลุ่มทุน เร่งระดมตัดไม้ใหญ่มีค่าทำลายสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ มุ่งหวังเร่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไว้รองรับโครงการเมกะโปรเจกต์ “แลนด์บริดจ์” ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พยัคฆ์ไพร หอบหลักฐานมอบตำรวจ ปทส. แจ้งเอาผิดเพิ่มเติม ขบวนการเขมือบป่าปากเตรียม ระนอง

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่าเขาปากเตรียม จ.ระนอง ว่า ล่าสุดการทำงานตรวจสอบสารบบที่ดินมีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถส่งรายชื่อผู้ครอบครองที่ดินในแปลงที่พบกองไม้และแปลงที่มีพื้นที่ติดต่อกับแปลงที่ตรวจยึดไม้ของกลางไว้ ได้ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อที่จะให้พนักงานสอบสวน บก.ปทส. ดำเนินการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ ในขั้นตอนนี้ผู้ที่ถูกออกหมายเรียก สามารถแสดงพยานเอกสารหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน เพื่อนำไปประกอบกับบัญชีรายชื่อและการสอบสวนพยานในคดีทำไม้

ล่าสุดได้รวบรวมหลักฐาน เอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินจำนวน 21 แปลง ซึ่งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ได้เคยเข้ามาตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ เมื่อปี 2565 และมีพยานหลักฐานว่า ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ เสนอไปยังกรมที่ดินเพื่อดำเนินการเพิกถอนตามมาตรา 61 พ.ร.บ.ที่ดิน ซึ่งปรากฏว่าในประเด็นนี้กรมที่ดินได้มีหนังสือแจ้งขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมมาตั้งแต่ปี 2567 แต่คณะกรรมการระดับจังหวัดยังไม่ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งในส่วนนี้ เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร จะดำเนินการรวบรวมเอกสารเพิ่มเติมไปยังกรมที่ดิน

“ขณะเดียวกันจะนำพยานหลักฐานเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ในพื้นที่ป่าปากเตรียม 21 แปลง และหลักฐานการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน อีก 3 แปลง เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน ปปป. บช.ก. ในคดี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติมิชอบ มาตรา 157 เพื่อให้ทำการสืบสวนสอบสวนให้ได้ใจความว่า เป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ซึ่งจะเป็นการร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยไม่ต้องรอมติเพิกถอนที่ดิน หรือที่เรียกว่าแจ้งความคาเอกสาร” หน.ชุดพยัคฆ์ไพร กล่าว

นายอลงกรณ์ เศรษฐเชื้อ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์พื้น สบอ.ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) พร้อมด้วย นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.ที่ 4 นำทีมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดความทับซ้อนในป่า เขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง โดยใช้เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมความละเอียดสูง (Spectra Precision SP85) ระบบพิกัด WGS 1984 เข้าไปรังวัดและตรวจสอบความถูกต้องทางนิติวิทยาศาสตร์ ในบริเวณพื้นที่

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีที่ดินจำนวน 16 แปลง มีการออกเอกสาร น.ส.3ก. คลุมทับเข้ามาในเขตป่าอุทยานแห่งชาติแหลมสนชัดเจน ซึ่งจากการตรวจสอบ พบที่ดิน 6 แปลง มีการออกเอกสารทับซ้อนเข้ามาในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแหลมสน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับพิกัด เพื่อนำส่งข้อมูลให้สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าดำเนินการทำพิกัดและจัดทำรูปแปลง เพื่อเสนอต่อกรมที่ดินในการพิจารณาเพิกถอน เนื่องจากเป็นการออกเอกสารเสร็จโดยมิชอบ.