สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ว่า นายฮอสเซน ฮัมเลห์ดารี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดบริการ เมื่อปี 2563 และใช้ชื่อว่า “เหมียวเซียม” (Meowseum) ซึ่งเป็นการเล่นเสียงกับคำว่า “มิวเซียม” (Museum) ที่แปลว่า พิพิธภัณฑ์
อาคาร 2 ชั้นขนาดเล็ก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะราน เป็นสถานที่ซึ่งผู้เข้าชมและแมว สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ทั้งในห้องนิทรรศการ และบนระเบียงของคาเฟ่ ขณะที่บนผนังต่างเต็มไปด้วยสำเนาภาพวาด, ภาพถ่าย, ภาพล้อเลียน และแสตมป์ซึ่งเฉลิมฉลองแมวจากประเทศต่าง ๆ เช่น อิหร่าน, เกาหลีใต้, กินี และยูเครน
ผู้เข้าชมส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อต้องการโต้ตอบ และเล่นกับแมวที่พิพิธภัณฑ์รับเลี้ยง ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยแมวหลายตัวในกลุ่มของพวกมันเป็น “แมวเปอร์เซีย” สายพันธุ์ซึ่งเป็นที่รู้จักจากขนยาว, นิสัยที่รักสงบ และมีถิ่นกำเนิดในอิหร่าน กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างตุรกี
อนึ่ง ชื่อเสียงของสัตว์ในอิหร่านเคยตกต่ำมาก่อนในอดีต เนื่องจากเมืองใหญ่หลายแห่ง โดยเฉพาะกรุงเตหะราน มีสัตว์จรจัดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทว่าแมวไม่เหมือนกับสุนัข ตรงที่พวกมันถูกยกย่องให้เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีคุณค่าในประเทศมานานหลายศตวรรษ ตลอดจนถูกนำเสนอในงานศิลปะหลายชิ้น
แม้การเลี้ยงสุนัขจะกลายเป็นที่นิยมในหมู่ชาวอิหร่านที่มั่งคั่ง แต่แนวโน้มนี้ไม่ได้รับการต้อนรับโดยสิ้นเชิง จากกลุ่มอนุรักษนิยมทางศาสนา และเจ้าหน้าที่บางคนที่ชี้ว่า สุนัขในศาสนาอิสลาม ถือว่าเป็นสิ่งที่ “ไม่บริสุทธิ์”.
เครดิตภาพ : AFP









