สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ พบหารือกับนายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ผู้นำสหราชอาณาจักร ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันพฤหัสบดี โดยผู้นำทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงชื่อ “ปฏิญญาแอตแลนติก” เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพลังงานหมุนเวียน ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจาก “ระบอบอำนาจนิยม” ที่หมายถึงรัสเซียและจีน
นอกจากนี้ ข้อตกลงตามที่ระบุในปฏิญญาแอตแลนติก ยังครอบคลุมถึงการเปิดการเจรจา ระหว่างสหรัฐกับสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับการบริหารจัดการแร่ธาตุสำคัญ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ และการที่ไบเดนเตรียมยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรส ขอให้มีการอนุมัติสหราชอาณาจักรเป็นแหล่งทรัพยากรสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อยกระดับการพัฒนาขีปนาวุธความเร็วสูง หรือขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกร่วมกัน

แม้ข้อตกลงฉบับนี้ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจโดยตรง จนสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหราชอาณาจักรวิจารณ์ว่า “กลับบ้านมือเปล่า” อย่างไรก็ตาม ซูแน็กยืนยันว่า ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวระหว่างสหรัฐกับสหราชอาณาจักร “ไม่เคยแข็งแกร่งเท่านี้มาก่อน”
ด้านไบเดนกล่าวว่า สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ “มีความสำคัญ” สำหรับสหรัฐ และเห็นพ้องว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เนื่องจากการถือกำเนิดของปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ และสนับสนุนการที่สหราชอาณาจักรเตรียมเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับเอไอ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้.
เครดิตภาพ : AFP



