สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่า นางมิเชล เลอฮัวร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศของเอ็นโอเอเอ กล่าวว่า เอลนีโญสามารถก่อให้เกิดผลกระทบหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของมัน เช่น การเพิ่มความเสี่ยงของฝนตกหนัก และภัยแล้งในบางพื้นที่ทั่วโลก
“การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศสามารถเพิ่มความรุนแรง หรือบรรเทาผลกระทบบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเอลนีโญได้ ตัวอย่างเช่น เอลนีโญอาจทำให้อุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งประสบกับอุณหภูมิที่สูงกว่าเฉลี่ย ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์นี้” เลอฮัวร์ กล่าวเพิ่มเติม
ในสัปดาห์นี้ ทางการออสเตรเลียเตือนว่า เอลนีโญจะทำให้อากาศอุ่นขึ้น และแห้งกว่าเดิม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดไฟป่ารุนแรง ขณะที่ทางการญี่ปุ่น กล่าวว่า เอลนีโญที่กำลังเกิดขึ้น มีส่วนรับผิดชอบต่อฤดูใบไม้ผลิอบอุ่นที่สุดของประเทศ ในช่วงที่ผ่านมา
Forecasters at @NOAA’s @NWSCPC announce the arrival of #ElNino https://t.co/2pYGBPzLOM pic.twitter.com/swA9gHPjbQ
— National Weather Service (@NWS) June 8, 2023
ทั้งนี้ ปีที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้น ในช่วงที่มีปรากฏการณ์เอลนีโญ และนักวิทยาศาสตร์หลายคนกังวลว่า ฤดูร้อนของปีนี้ และปีต่อ ๆ ไป อาจมีอุณหภูมิสูงเป็นสถิติใหม่เช่นกัน ทั้งบนบกและในทะเล
????️ What you need to know about El Niño and La Niña ???? pic.twitter.com/y6mjohvuxB
— DW Science (@dw_scitech) May 31, 2023
ด้านนางมาเรียนา เปาลี จากหน่วยงานบรรเทาทุกข์ “คริสเตียน เอด” กล่าวว่า คนยากไร้ประสบความลำบาก และได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น ภัยแล้ง, อุทกภัย และพายุหลายลูก ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และในตอนนี้ พวกเขาจะเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ.
เครดิตภาพ : AFP



