“มองไกล เห็นใกล้” แม้ไม่ใช่ข่าวที่สร้างกระแสครึกโครม แต่เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยคล้ายเป็นปกติ กลับสร้างข้อกังวลลึกๆ ถึงสถานการณ์ร้าย อย่างเร็วๆ นี้ วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา กว่า 50 นาย ไล่จับกุมชายวัย 40 ปี มีอาการคลุ้มคลั่งก่อเหตุใช้อาวุธมีดปลายแหลมไล่แทงสองพี่น้องที่เป็นเพื่อนบ้านเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย ขณะที่วันเดียวกันนั้นในพื้นที่ กทม. ตำรวจ สน.หลักสอง จับกุมหนุ่มวัย 30 ปี คลั่งยาใช้มีดแทงพ่อแท้ๆ ไส้ทะลัก-น้องชายบาดเจ็บ
เบื้องต้นล้วนเป็นผลจากการเสพยา เกิดอาการหลอน และกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวช…
ปัจจุบันกฎหมายยาเสพติดพยายามปรับเปลี่ยนทิศทาง เห็นชัดจากกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับ ปี พ.ศ. 2564 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2564 สาระสำคัญหนึ่งคือกระบวนการแก้ไขจัดกลุ่ม “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” ต้องเข้ารับการบำบัด ขณะที่ต้องปราบปรามจริงจังกับ “ตัวการใหญ่”
ทว่าการปราบปรามจะมุ่งแค่ผู้ค้าอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะเมื่อหันไปมองขาเสพ เดินร่อนเร่พเนจรในชุมชนท่ามกลางวังวนยาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มเสพจนหลอน เสี่ยงผันไปเป็นผู้ป่วยจิตเวช
เรื่องนี้อาจทำให้ต้อง “โฟกัส” เข้มกับการจัดการผู้เสพ ให้เข้าระบบบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยมากขึ้น ยกตัวอย่างสถานที่รองรับการบำบัดที่ต้องเพียงพอ และระบบฟื้นฟูต้องมีประสิทธิภาพ
สถานการณ์แพร่ระบาดยาเสพติดในขณะนี้หากดูเมื่อดูจากสถิติจับกุมของกลาง ปี 2565 มียาเสพติดถูกทำลายกว่า 40,000 กิโลกรัม จาก 185 คดี มูลค่ากว่า 34,688 ล้านบาท โดยเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) มีน้ำหนักมากสุดกว่า 23,365 กิโลกรัม, ยาไอซ์ น้ำหนักกว่า 14,482 กิโลกรัม, เฮโรอีน น้ำหนักกว่า 738 กิโลกรัม, ยาอี น้ำหนักกว่า 4 กิโลกรัม, ฝิ่น น้ำหนักกว่า 29 กิโลกรัม, วัตถุออกฤทธิ์ น้ำหนักกว่า 2,086 กิโลกรัม
ท่ามกลางยาเสพติดที่จับกุมกันต่อเนื่อง ประกอบกับผลพวงผู้ใช้ที่ปรากฏอาการถี่ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัว “มหาปราบ” มองว่ากฎหมายใหม่สำหรับผู้เสพอาจยังมีความแตกต่างที่ไม่แน่ใจว่าจะดีขึ้นจริงหรือไม่ เพราะเดิมการปราบปรามที่จับขาเสพและผู้ค้า อย่างน้อย ก็นำตัวผู้ที่มีอาการเสพติดเข้าระบบอัตโนมัติ ต้องมีการรายงานตัว มีการติดตามผลตรวจปัสสาวะตามกรอบเวลา ซึ่งอาจดีกว่า…ปล่อยเร่ร่อน สติหลอน ไร้การควบคุม
ใดๆ ห่วงก็แต่ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เคราะห์ร้ายกลายเป็นเหยื่อคลั่ง หากระบบผู้เสพคือผู้ป่วย ยังแก้ไม่ได้ชัด ยังแยกตัวออกจากสังคมไปบำบัดไม่ได้จริงๆ
ยิ่งยานรกทุกวันนี้ราคาต่ำเตี้ย แถมหาได้ใกล้ตัวตั้งแต่รุ่นเยาว์ หากไม่ตั้งกำแพงขันนอตแข็งแรงพอ คงหลงผิด คิดลอง ดับอนาคตอีกหลายราย.
มหาปราบ



