สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ว่า นายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาสามัญ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “การไม่ได้รับความเป็นธรรม” จากการตรวจสอบโดยคณะกรรมาธิการด้านสิทธิประโยชน์ ที่มีสมาชิกทั้งจากพรรคอนุรักษนิยมซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และพรรคแรงงานซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ตรวจสอบกรณีจอห์นสัน “เจตนาชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิด” เกี่ยวกับงานเลี้ยงที่ดาวนิงสตรีท ช่วงมาตรการล็อกดาวน์ เมื่อปี 2563 และ 2564
Former UK PM Boris Johnson to step down as a Conservative MP with immediate effect after receiving Partygate report https://t.co/sJUtUKKqiZ
— BBC Breaking News (@BBCBreaking) June 9, 2023
แม้คณะกรรมาธิการยังไม่ได้เผยแพร่รายงานออกมาอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม จอห์นสันวิจารณ์กระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้น “เป็นศาลเถื่อน” เพราะมีเนื้อหาที่ “น่าหัวเราะเยาะ เต็มไปด้วยการบิดเบือน และอุดมไปด้วยอคติ” ยิ่งไปกว่านั้น อดีตผู้นำสหราชอาณาจักรกล่าวว่า ตัวเขา “ไม่ได้รับโอกาสให้ชี้แจงแม้แต่ครั้งเดียว” บ่งชี้ว่า คณะกรรมาธิการต้องการให้เขาเป็นฝ่ายผิดอยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา จอห์นสันยอมรับว่า การให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานเลี้ยงเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งในเวลานั้นเขายังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อาจทำให้สภาสามัญเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาร้าย เพราะเป็นการจัดงานที่ได้รับอนุญาต และผู้เข้าร่วมทุกคนปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง “แม้ไม่สมบูรณ์แบบ”

อนึ่ง จอห์นสันเคยนำพรรคอนุรักษนิยมคว้าชัยชนะเหนือพรรคแรงงานถึง 80 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งสภาสามัญ เมื่อปี 2562 ส่งให้จอห์นสันก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง และเดินหน้าเป้าหมายตามแผนเบร็กซิต ทว่าการจัดการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกรณีอื้อฉาวเรื่องงานเลี้ยง ที่เรียกกันว่า “ปาร์ตี้เกต” ส่งผลต่อความนิยมของจอห์นสัน จนรัฐมนตรีหลายคนลาออก และจอห์นสันลาออก เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
ขณะที่มีการวิเคราะห์ด้วยว่า การลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาสามัญของจอห์นสัน ยิ่งตอกย้ำการขาดเสถียรภาพภายในพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งคะแนนนิยมตอนนี้เป็นรองพรรคแรงงานพอสมควร และอาจต้องพ้นจากการเป็นรัฐบาลเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี จากการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า.
เครดิตภาพ : AFP



