สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่านายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของรัฐบาลวอชิงตัน ในการหารือนัดแรกกับอิหร่าน ที่กรุงออิสลามาบัดของปากีสถาน ในวันศุกร์ที่ 10 เม.ย. กล่าวว่า “อิหร่านเข้าใจไปเองว่า การหยุดยิงกับสหรัฐครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ เราไม่เคยให้สัญญาแบบนั้น”
.@VP: "The Iranians thought that the ceasefire included Lebanon and it just didn't. We never made that promise. We never indicated that was going to be the case." pic.twitter.com/edXLMv6PQ3
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 8, 2026
ท่าทีดังกล่าวของรองผู้นำสหรัฐเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวว่า การหยุดยิงในเลบานอน ถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขหลัก ของข้อเสนอ 10 ประการ ซึ่งอิหร่านมอบให้สหรัฐพิจารณา และรัฐบาลเตหะรานยึดมั่นในเรื่องนี้มาตลอด
นอกจากนี้ แวนซ์กล่าวอีกว่า “ถ้าอิหร่านต้องการปล่อยให้การเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว เพียงเพราะเรื่องเลบานอน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา และเป็นสิ่งที่สหรัฐไม่เคยพูดแม้แต่ครั้งเดียว ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดยิง นั่นก็ถือเป็นทางเลือกของอิหร่านเอง”
.@VP: "We are seeing signs that the Straits are starting to reopen… The deal is a ceasefire, a negotiation — that's what we give — and what they give is the Straits are going to be reopened. If we don't see that happening, @POTUS is not going to abide by our terms if the… pic.twitter.com/sQIhvj495y
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 8, 2026
ขณะเดียวกัน รองผู้นำสหรัฐอ้างว่า อิสราเอลเสนอที่จะ “ควบคุมตัวเองระดับหนึ่งในเลบานอน เพราะพวกเขาต้องการให้แน่ใจว่า การเจรจาจะประสบความสำเร็จ” และทิ้งท้ายว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ คาดหวังให้อิหร่านรักษาคำมั่นสัญญา ที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กับการขนส่งน้ำมัน โดยเตือนว่า “พูดกันตามตรง หากมีการผิดสัญญา อิหร่านจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงตามมา”.
เครดิตภาพ : AFP



