สำหรับชื่อชั้นของ “เล็กซัส” จากญี่ปุ่นนั้น คงไม่ต้องมีใครสงสัยถึงคุณภาพ และงานออกแบบของพวกเขาอีกแล้ว แบรนด์นี้มีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นในบ้านเรา ในรูปแบบของรถ suv และ mpv แต่ก็มีตลาดบางเซ็คเมนต์ที่พวกเขายังตีไม่แตก นั่นก็คือ ตลาดซีดานผู้บริหาร ที่เป็นหัวใจหลักของแบรนด์นั่นเอง แต่ในเดือนสิงหาคมนี้ พวกเขาจะของลองอีกครั้งกับการเปิดตัวของ ซีดานหรูรุ่นใหม่ ในตระกูล ES

            สวัสดีวันหยุด พบกับสารพันข่าวสารยานยนต์ กับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” เหมือนเช่นเคย และในอีกไม่กี่วันนี้ ทางเล็กซัส ประเทศไทย ก็จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ “ออลนิว เล็กซัส อีเอส 2026” (All-New Lexus ES 2026) ในวันที่ 13 สิงหาคม ที่เอ็มสเฟียร์ ในจากกรุงเทพ

            การมาถึงของซีดานสำหรับผู้บริหารในตระกูล “อีเอส” ใหม่นี้ จะมาพร้อมขุมกำลังทางเลือก 2 แบบคือ เบนซินไฮบริด และไฟฟ้าล้วน ทั้งสองแบบเป็นที่รถที่สอดคล้องกับจุดขายของเล็กซัสที่ทำมาตลอด นั่นก็คือ “ความเงียบและผ่อนคลายในการเดินทาง”

            หากพิจารณาถึงมิติตัวถังแล้ว จะเห็นว่ามันมีขนาดที่โอ่โถง มีความยาวถึง 5,140 มม. (ยาวกว่า เบนซ์ อีคลาส มากถึง 7.5 นิ้ว!) กว้าง 1,920 มม. และสูง 1,560 มม. (สูงกว่าเบนซ์ อีคลาส เกือบ 4 นิ้ว) ส่วนฐานล้อนั้นยาวถึง 2,950 มม. เรียกได้ว่าใหญ่โตโอ่อ่าอย่างเห็นได้ชัดเจนแน่นอน แต่ก็ยังดูปราดเปรียว สวนทางกับขนาดที่ใหญ่โตของมันได้อย่างน่าประหลาดใจ

            ด้านงานดีไซน์ก็เรียกได้ว่า โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายที่ล้ำสมัย เริ่มจากไฟหน้าสไตล์ L ที่พุ่งทะยานอันเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงเส้นฝากระโปรงและตัวถังด้านข้างที่เล่นกับอากาศพลศาสตร์ และแสงเงา เกิดเป็นมิติตัวถังที่ซับซ้อนแต่ปราดเปรียว และจบด้วยการออกแบบด้านท้ายที่ลาดเอียงเพรียวลมที่ลากลงไปบรรจบกับไฟท้ายที่เฉียบคม

            ส่วนงานออกแบบภายในนั้นเรียบง่าย เฉียบคม สไตล์ร่วมสมัย แต่โดดเด่นด้วยการเล่นแพทเทิร์น (pattern) ของแผงไม้บนประตู ที่ใช้เทคนิคการสอดประสานไม้ต่างสีเข้าด้วยกัน (ออฟชั่น) หรือแบบหนังปั้มนูน ที่สอดคล้องไปกับการสะท้อนแสงในยามค่ำคืนได้อย่างน่าทึ่ง และแน่นอนว่าพวกเขาไม่เชื่อเรื่องการยัดทุกสิ่งเข้าไปในจอสัมผัสเหมือนรถไฟฟ้าร่วมสมัย พวกยังคงไว้ซึ่งผิวสัมผัสที่รื่นรมย์ของแป้นกด และสวิทช์ที่ออกแบบมาอย่างหรูหรา

            ขุมกำลัง 2 แบบของเล็กซัส อีเอส ใหม่ก็คือ รุ่นย่อย

            1. ES 350h Grand Luxury (Hybrid): ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 244 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้า เน้นความประหยัด นุ่มนวล และขับขี่ทางไกลได้ไร้ความกังวล กับสมถรรนะเนียนๆ 0-100 กม./ชม. ใน 7.4 วินาที

            2.ES 350e Premium EV 100%: ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้พละกำลัง 227 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 76.96 kWh รองรับการเดินทางไกล และระบบชาร์จไว DC Fast Charging กับสมถรรนะนุ่มนวล 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที

            สำหรับรุ่น ES 500e ที่มีสมรรถนะร้อนแรง ด้วยกำลัง 348 แรงม้า ขับเคลื่อนสี่ล้อนั้น คาดว่าคงไม่ได้มีโอกาสมาเฉิดฉายในบ้านเราในเร็ววันนี้

            ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถอย่าง เล็กซัส อีเอส ยังไม่สามารถตีตลาดบ้านเราให้แตกได้ ชัดเจนว่าคือกำแพงภาษี ที่ทำให้ราคารถนำเข้า 100% จากญี่ปุ่นนั้นสูงเอาเรื่อง แต่สำหรับแฟนพันธ์แท้นั้นพวกเขารู้ดีว่า การขับเล็กซัส นอกจากสบายกาย แล้วยังสบายใจ ไม่ต้องหวาดระแวงเหมือนการขับรถหรูสายพันธ์ยุโรป เรียกว่าถ้าได้ครอบครองแล้วจะเข้าใจเอง

            13 สิงหาคม นี้รอชมราคาเปิดตัวกันว่า จะเร้าใจ และสามารถสร้างสาวกเล็กซัสเพิ่มเติมได้หรือไม่ จับตาดูกันนะขอรับ!