ผู้ใช้แรงงาน เป็นบุคลากรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ จากเหตุการณ์ไฟไหม้สถานประกอบการ เมื่อปี 2536 มีผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก นำไปสู่การร่วมมือขับเคลื่อนมาตรการป้องกันความปลอดภัยในการทำงาน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการทำงาน(จป.) สนับสนุนการดูแลความปลอดภัย พร้อมสร้างเสริมสุขภาวะและจัดการสภาพแวดล้อมในองค์กรให้ดีขึ้น

นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะในองค์กร(สสส.) กล่าวว่า ตำแหน่งของจป. มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งความปลอดภัยพื้นฐานและอาชีวอนามัย สิ่งสำคัญ คือการดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ซึ่งเป็นแนวทางที่ สสส. เข้ามาขับเคลื่อนในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 จป. มีส่วนช่วยสำคัญในเรื่องของสุขภาพสถานประกอบการอย่างมาก หากต่อยอดการส่งเสริมสุขภาพได้ต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่ดี

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงานมีความพยายามตั้งกฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อรับมือและป้องกัน พร้อมทั้งพยายามฝึกอบรมสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะจป. ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญในการดูแลสุขภาวะของคนในองค์กร ที่จะช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
“กระทรวง อยากฝากถึงประชาชน หน่วยงานทุกภาคส่วนให้ความสำคัญการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน … เมื่อไหร่ที่มีเครื่องมือเครื่องจักร เช่น โรงงานที่ทำเกี่ยวกับเครื่องบด เครื่องจักร ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทรวงแรงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามวางกติกา วางระเบียบป้องกัน เราพยายามจะดูสถิติว่าปัญหาใดที่เกิดขึ้นบ่อย เราก็จะเอาสิ่งเหล่านั้นมากำหนดเป็นแนวทางในการป้องกันเพื่อให้ปัญหาลดน้อยลงหรือไม่เกิดอีกเลย”

นายสุณัฐชัย จินดาศรี ผู้จัดการแผนกอาชีวะอนามัยและความปลอดภัย บริษัท แมชเทค อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด กล่าวว่า จป. ต้องดูแลในเรื่องการลดอุบัติเหตุ ซึ่งบางครั้งอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นจากสุขภาพไม่ดี หากดูแลสุขภาพได้ ก็จะลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุลง ซึ่งองค์กรมีกิจกรรมยืด-เหยียดกล้ามเนื้อให้กับพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานปฏิบัติการที่ต้องใช้ร่างกายจนมีปัญหากล้ามเนื้อ การให้ยืด-เหยียดในตอนเช้า เปรียบกับการกระตุ้นร่างกายก่อนทำงาน ส่งผลให้พนักงานตื่นตัวและเป็นส่วนหนึ่งในการลดอุบัติเหตุได้ นอกจากการมีกิจกรรมให้พนักงานแล้ว ยังสร้างผู้นำสุขภาพทุกแผนก เพื่อกระจายให้สามารถสร้างสุขภาพที่ดีกับตัวเองได้ด้วย
“กระทรวงแรงงาน สสส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยเสริมความรู้ให้กับทางจป. มีเทคนิค มีแนวทางทำให้เราเรียนรู้ได้มากขึ้น สามารถนำวิธีการหรือแนวทางมาปรับใช้ในองค์กรได้ดีขึ้น เสริมความรู้ เสริมมุมมอง เสริมกิจกรรมที่เราจะสามารถนำไปต่อยอดให้สถานประกอบการได้เป็นอย่างดี”

โครงการพัฒนาศักยภาพและบทบาทหน้าที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานด้านสุขภาวะองค์กร ปัจจุบันมีจป. เข้าร่วมโครงการ 1,848 คน จากสถานประกอบการ 1,064 แห่ง ซึ่งเป็นแนวทางที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ขับเคลื่อนจากแนวคิด Happy Workplace พัฒนานวัตกรรมชุดความรู้ส่งเสริมนโยบายในระดับองค์กร พร้อมขยายผลเป็นองค์กรสุขภาวะทั่วประเทศ



