เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. จากกรณีพบปลิงชมพูจำนวนมหาศาลถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยชายหาดสวนสน ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จนแนวชายหาดยาวหลายร้อยเมตรกลายเป็นสีแดงอมชมพู สร้างความแตกตื่นและความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนเป็นจำนวนมากนั้น

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยนายธเนศ มั่นน้อย ผอ.สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ร่วมกับนายประฐมพงษ์ พัดสอน ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าสำรวจพื้นที่พบว่าสัตว์ทะเลดังกล่าว คือ “ปลิงทะเล” (Sea Cucumber) โดยเฉพาะกลุ่มปลิงทะเลสีชมพู หรือที่เรียกกันว่า “ปลิงชมพู” หรือ “ปลิงหนามชมพู” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cercodemas anceps เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นท้องทะเล มีลักษณะลำตัวอ่อนนุ่ม ทรงกระบอกคล้ายแตงกวาหรือไส้กรอก ผิวหนังมีตุ่มหรือหนามขนาดเล็ก สีสันตั้งแต่ชมพูสดไปจนถึงแดงส้ม

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า ปลิงทะเลมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เนื่องจากทำหน้าที่ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตและอินทรียวัตถุต่าง ๆ บนพื้นทราย จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “แม่บ้านแห่งท้องทะเล” ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศใต้ทะเลให้มีความสมบูรณ์ โดยปรากฏการณ์ครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากอิทธิพลของพายุและคลื่นลมแรงในทะเล ทำให้ปลิงทะเลที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นทะเลถูกกระแสน้ำและคลื่นซัดเข้ามาเกยชายหาดจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบเห็นได้ยาก อย่างไรก็ตาม ขอให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง เพราะปลิงทะเลบางชนิดอาจปล่อยสารเพื่อป้องกันตัวเอง และอาจทำให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายเกิดอาการระคายเคืองได้
“เบื้องต้นทางศูนย์วิจัยฯ แจ้งว่า ปลิงทะเลยังมีชีวิตอยู่ สาเหตุเกิดจากคลื่นลมแรงทำให้พัดเอาปลิงทะเลขึ้นมาเกยชายหาดเป็นจำนวนมาก ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ในส่วนของการจัดการ พอน้ำทะเลหนุนขึ้นมา จะพัดนำปลิงทะเลลงสู่ทะเลตามธรรมชาติ ในการนี้ ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนห้ามเข้าใกล้หรือสัมผัสตัวปริงทะเลเด็ดขาด หากพบเห็นให้อยู่ห่างห่างๆ และแจ้งไปยังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร 1362 หรือแจ้งมายังหน่วยงานในพื้นที่ ภายใต้สังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง” นายปิ่นสักก์กล่าว






