สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) รายงานสถิติผู้พลัดถิ่นโดยบังคับ อยู่ที่ 108.4 ล้านคนทั่วโลก เมื่อสิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 19.1 ล้านคน จากปี 2564 และเป็นสถิติสูงที่สุด นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล เมื่อปี 2518
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก และการสู้รบในซูดานซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่กลางเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เพิ่มจำนวนผู้พลัดถิ่นโดยบังคับอย่างต่อเนื่อง จนแตะระดับที่ 110 ล้านคน เมื่อเดือนที่แล้ว
????: There are now more than 110 million forcibly displaced people globally.
— UNHCR, the UN Refugee Agency (@Refugees) June 14, 2023
But who is behind this staggering number?
Refugees.
Asylum-seekers.
Internally displaced.
…
More in our new #GlobalTrends report: https://t.co/J8LvyK11aY#ForcedToFlee pic.twitter.com/xI1FtSucdY
ขณะที่จากสถิติผู้พลัดถิ่นโดยบังคับทั้งหมดเมื่อปีที่ผ่านมา ราว 35.3 ล้านคน ลี้ภัยออกไปยังต่างประเทศ โดย 70% เดินทางเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และ 76% เดินทางไปยังประเทศรายได้ปานกลางหรือรายได้ต่ำ ส่วน 62.5 ล้านคน พลัดถิ่นอยู่ภายในประเทศ
เกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย จากสงครามกลางเมืองซึ่งปะทุ เมื่อเดือน มี.ค. 2554 มีจำนวนราว 6.5 ล้านคน เมื่อปี 2565 จากจำนวนดังกล่าวราว 3.5 ล้านคน อาศัยอยู่ในตุรกี ส่วนสถิติผู้ลี้ภัยชาวยูเครนอยู่ที่ราว 5.7 ล้านคน นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหาร เมื่อเดือน ก.พ. 2565
สำหรับประเทศที่ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมากที่สุดในโลก อันดับหนึ่งคือตุรกี ด้วยสถิติ 3.6 ล้านคน ตามด้วยอิหร่าน 3.4 ล้านคน โคลอมเบีย 2.5 ล้านคน เยอรมนี 2.1 ล้านคน และปากีสถาน 1.7 ล้านคน.
เครดิตภาพ : AFP



