มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ร่วมกับชมรมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สนใจศึกษาพระธรรมวินัย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ขอเชิญฟังการสนทนาธรรม เรื่อง “ธรรมะกับการทำหน้าที่” โดย สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ผศ.อรรณพ หอมจันทร์ กรรมการมูลนิธิฯ คำปั่น อักษรวิลัย วิทยากรมูลนิธิฯ ดำเนินการสนทนาธรรมโดย ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล ประธานชมรมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สนใจศึกษาพระธรรมวินัย ในวันพุธที่ 21 มิถุนายน 2566 เวลา 10.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมเธียเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
รับฟังทางสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คลื่นความถี่ เอ.เอ็ม 1107 กิโลเฮิร์ท และสถานีวิทยุเครือข่ายภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น และภาคใต้ จ.สงขลา รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ www.radio.ku.ac.th ยูทูป: KU Radio Thailand
รับฟังและรับชมทางสื่อสังคมออนไลน์ของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ยูทูป: มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา เฟสบุ๊ค: ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. วิทยุออนไลน์ บ้านธัมมะ: https://www.dhammahome.com/radio

ข้อมูลประกอบข่าวประชาสัมพันธ์
ธรรมะ คือ พระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเป็นสิ่งที่มีจริงซึ่งเป็นสัจธรรม เป็นสภาวธรรมที่ดใเป็นอนัตตา ซึ่งไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด เกิดเพราะเหตุปัจจัย บังคับบัญชาไม่ได้ ธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดงตลอด 45 พรรษาในครั้งพุทธกาล จำแนกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก เป็นนามธรรมหรือนามธาตุหรือนามขันธ์ ซึ่งเป็นสภาพรู้ ได้แก่ จิตเป็นใหญ่ เป็นประธานในการรู้ และเจตสิกเป็นสิ่งที่เกิดกับจิต รู้สิ่งเดียวกับจิต เกิดดับพร้อมจิต ประเภทที่สอง คือ รูปธรรมหรือรูปธาตุหรือรูปขันธ์ ซึ่งเป็นสภาพที่ไม่รู้อะไร แต่ถูกรู้ ทั้งนามธรรมและรูปธรรม เป็นปรมัตถธรรม
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของผู้มีปัญญา อุบัติขึ้นจากการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยพระองค์เอง ด้วยพระปัญญาคุณและพระบริสุทธิคุณ ทรงมีพระมหากรุณาคุณเผยแผ่พระธรรมคำสอนให้พุทธบริษัทและบุคคลต่างๆได้รู้ความจริงอันถึงที่สุด (อริยสัจธรรม) เพื่อจะได้พ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ
ผู้ที่ไม่มีการศึกษาพระธรรมที่ตรงตามพระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎก ไม่อาจละความไม่รู้ (อวิชชา) มีแต่ความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) การดำเนินชีวิตจึงเป็นไปด้วยจิตใจที่เศร้าหมองทั้งความโลภ ความโกรธและความหลง ส่วนผู้ที่มีการศึกษาพระธรรมและมีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง โดยมีความเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ) การดำเนินชีวิตจึงเป็นไปด้วยจิตใจที่ผ่องใส เพราะมีการขัดเกลากิเลสให้ลดลงด้วยสติสัมปชัญญะที่รู้ความจริงในสภาวธรรมที่กำลังปรากฏตามกำลังปัญญาของแต่ละบุคคล การดำเนินชีวิตประจำวันย่อมเป็นไปอย่างปรกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคล ทั้งในชีวิตครอบครัว ชีวิตการทำงานและชีวิตในสังคมทั่วไป



