นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ดีอีเอส และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ประกาศผลสำเร็จจากโครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ รุ่นที่ 2 เพื่อผลักดันให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ กัปตันเมือง และผู้นำเมืองได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเองด้วยความรู้ ความสามารถด้านดิจิทัล และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในระดับภูมิภาคให้เกิดขึ้น เพื่อกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศในทุกระดับ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า โครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ รุ่นที่ 2 มีผู้เข้าร่วม โครงการฯ 446 คน จาก 170 หน่วยงาน 57 จังหวัดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา โดยได้รับการยกระดับทักษะดิจิทัลและทักษะสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญ เป็นการเตรียมความพร้อมเยาวชนคนรุ่นใหม่เพื่อก้าวสู่การเป็น ‘นักดิจิทัลพัฒนาเมือง’ โดยสามารถขับเคลื่อนให้เกิดแผนสมาร์ท ซิตี้ ใหม่ 126 พื้นที่ โดยได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะเพิ่มขึ้นกว่า 50 พื้นที่ ประเมินมูลค่าการลงทุนที่จะเกิดขึ้น ตามแผนฯ กว่า 66,000 ล้านบาท และทำให้เกิดการพัฒนาโครงการนำร่องต่อยอดระบบบริการเมืองอัจฉริยะ และเป็นนวัตกรรมต้นแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่มากกว่า 10 พื้นที่

นอกจากนี้ สามารถส่งต่อความรู้ความเข้าใจเรื่องการพัฒนาเมืองแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในหน่วยงานที่ร่วมโครงการฯ จำนวน 5,813 คน อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้เรื่องการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแก่ประชาชนในพื้นที่กว่า 10,000 คน ซึ่งถือเป็นการสร้างระบบนิเวศที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่โครงการที่มีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ ในกิจกรรม SCA#2 Final Pitching 2023 โดยมี 3 โครงการชนะเลิศการนำเสนอโครงการนำร่องต่อยอดระบบบริการเมืองอัจฉริยะและเป็นนวัตกรรมต้นแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ได้รับรางวัล SCA#2 Award: BEST INITIATIVE SMART CITY PROJECT AWARD พร้อมรับทุนพัฒนาเมืองมูลค่ารวม 900,000 บาท ซึ่งทั้ง 3 โครงการถือเป็นโครงการที่มีศักยภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเมือง และในแผนการดำเนินงาน มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อแก้ไขปัญหาของเมือง อีกทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างชัดเจน ประกอบด้วย

• โครงการแพลตฟอร์มสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility) โดย บริษัท ร่วมพัฒนาเมือง จำกัด จังหวัดสตูล

สิ่งที่ทำ:  พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลในรูปแบบ Mobile Web Application ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการด้านการขนส่งสาธารณะ และเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ กระจายข่าว แจ้งเหตุ

ผลกระทบ: สร้างความเชื่อมั่น อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

• โครงการพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Smart Economy และ Smart People) โดย เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

สิ่งที่ทำ: นำเทคโนโลยีเรื่องภาพเสมือนจริง (AR) และสื่อสังคมออนไลน์มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิสัมพันธ์ และดึงดูดนักท่องเที่ยว

ผลกระทบ: กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

• ระบบบริหารจัดการงานสวัสดิการสังคม ตำบลอุโมงค์ (Smart Governance) โดย เทศบาลตำบลอุโมงค์ จังหวัดลำพูน

สิ่งที่ทำ: ระบบบริหารจัดการงานสวัสดิการสังคมบนเว็บแอปพลิเคชัน รับเรื่องร้องเรียนและส่งคนเข้าไปจัดการปัญหา ทำให้ได้ข้อมูลเพื่อนำไปจัดการปัญหา

ผลกระทบ: มีระบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างตรงจุด