สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีเซอร์จิโอ มัตตาเรลลา นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี และคณะรัฐมนตรี พร้อมบรรดาแกนนำของพันธมิตรพรรคฝ่ายขวา ตลอดจนผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป (อียู) และนานาประเทศ และประชาชนทั่วไปจำนวนมาก ร่วมรัฐพิธีศพ นายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มหาวิหารแห่งมิลาน หรือ ดูโอโม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา


ทั้งนี้ รัฐบาลอิตาลีสั่งลดธงชาติครึ่งเสา และประกาศให้วันพุธที่ผ่านมา เป็นวันไว้อาลัยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของอิตาลี ที่มีการประกาศวันไว้อาลัยให้แก่การถึงแก่อสัญกรรมของอดีตนายกรัฐมนตรี เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายต่อต้านแบร์ลุสโกนี ซึ่งมองว่า อดีตผู้นำรัฐบาลบริหารประเทศด้วยการใช้ระบบพ้วงพ้อง มีการคอร์รัปชั่นอย่างหนักหน่วง และแก้กฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองและเครือข่าย


แบร์ลุสโกนีถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะมีอายุ 86 ปี ที่โรงพยาบาลซาน รัฟฟาเอเล ในเมืองมิลาน ทางตอนเหนือของอิตาลี จากอาการป่วยด้วยโรคลิวคีเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นผลจากการติดเชื้อในปอด


แบร์ลุสโกนีเป็นที่รู้จักในสังคมอิตาลี จากการเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และการสื่อสารมวลชน เป็นผู้ก่อตั้ง “มีเดียเซต” บริษัทเกี่ยวกับธุรกิจสื่อสารมวลชนใหญ่ที่สุดของอิตาลี และเคยเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล “เอซี มิลาน” ระหว่างปี 2529-2560


เส้นทางการเมืองของแบร์ลุสโกนี เริ่มต้นเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว ด้วยการที่เจ้าตัวก่อตั้งพรรคฟอร์ซา อิตาเลีย เมื่อปี 2536 แล้วนำพรรคชนะการเลือกตั้งทั่วไปในอีก 1 ปีหลังจากนั้น สร้างประวัติศาสตร์ให้แบร์ลุสโกนีเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอิตาลี ซึ่งไม่มีประสบการณ์การเมืองมาก่อน

ภาพของนายซิลวิโอ แบร์ลุสโกนี พร้อมข้อความ “ลาก่อน” ที่เป็นการฉายแสง บนอาคารกลางจัตุรัส ในเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี

ต่อจากนั้น แบร์ลุสโกนีดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลอิตาลีอีก 3 สมัย จนถึงปี 2554 แม้วาระไม่ต่อเนื่อง แต่เพียงพอทำให้แบร์ลุสโกนีถือเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในอำนาจยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิตาลี นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง


หลังหมดวาระเมื่อปี 2554 แบร์ลุสโกนีเผชิญกับการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมากมาย รวมถึงคดีฉ้อโกงภาษี ซึ่งศาลพิพากษาเมื่อปี 2555 ให้รับโทษด้วยการถูกจำกัดบริเวณ และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนี้ ศาลลงโทษตัดสิทธิทางการเมืองของแบร์ลุสโกนีด้วย แต่ได้รับการยกเลิกก่อนการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2561


แม้ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นไม่เพียงพอให้พรรคฟอร์ซา อิตาเลีย และพันธมิตร ได้เป็นรัฐบาล แต่ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อเดือน ต.ค. 2565 พรรคฟอร์ซา อิตาลี จับมือกับพรรคฝ่ายขวาหลายพรรค รวมถึงพรรคบราเธอร์ส ออฟ อิตาลี ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด ของนางจอร์เจีย เมโลนี ชนะการเลือกตั้ง และส่งให้เมโลนีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลี.

เครดิตภาพ : AFP