นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่สามารถผลิตน้ำตาลทรายได้เกินความต้องการบริโภค และมีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศโดยในฤดูการผลิตปี 2565/2566 มีการบริโภคน้ำตาลทรายในประเทศ 1.7 ล้านตัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีการบริโภคเพิ่มขึ้น 0.099 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6.24% การจำหน่ายน้ำตาลทรายในประเทศของไทยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ 1) จำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยผ่านพ่อค้าคนกลาง และ 2) จำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยอ้อม ให้กับอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า

ทั้งนี้ การจำหน่ายในประเทศและผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก มีผลิตภัณฑ์จากกระบวนการผลิตน้ำตาล แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. น้ำตาลทรายดิบ ใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตน้ำตาลทรายขาว และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นเอทานอล แอลกอฮอล์ และพลาสติกชีวภาพ
2. น้ำตาลทรายขาว นิยมใช้บริโภคในครัวเรือน และเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
3. น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ นิยมใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง และยา
4. ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ เช่น กากน้ำตาล กากอ้อย สามารถนำไปแปรรูปหรือสร้างมูลค่าเพิ่ม

โดยในฤดูการผลิตปี 2565/2566 มีปริมาณน้ำตาลทรายเพื่อบริโภคในประเทศ จำนวน 2.50 ล้านตัน ซึ่งสอน.ได้ขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาลสำรองน้ำตาลทรายสำหรับการบริโภคในประเทศ จำนวน 0.2 ล้านตัน โดยสอน. จะมีการติดตามปริมาณน้ำตาลทรายคงเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันสถานการณ์น้ำตาลทรายขาดแคลน และขอรับรองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน