นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ มจธ. ศึกษาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index (TCWI) โดยพบว่า มีถึง 44.04% ที่ยังอยู่ในระดับต้องพัฒนา และ 33.51% อยู่ในระดับพื้นฐาน มีเพียง 22.5% ที่มีระดับสุขภาวะในระดับที่พัฒนาดี แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ ในการใช้ดิจิทัลให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้เมื่อแบ่งกลุ่มตัวอย่างตามอาชีพยังพบว่า กลุ่มพนักงานเอกชน อาชีพค้าขายธุรกิจส่วนตัว เกษตรกร และพนักงานรัฐวิสาหกิจมีความเสี่ยงที่ต้องพัฒนาสุขภาวะดิจิทัล ขณะที่กลุ่มนักศึกษาและผู้ว่างงาน (เพิ่งจบการศึกษาอยู่ในระดับพื้นฐาน) แบ่งตามช่วงอายุ คนรุ่นใหม่วัยทำงานมีดัชนีอยู่ในระดับพื้นฐานขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี มีความเสี่ยงภัยไซเบอร์
“ปัญหาภัยไซเบอร์กลายเป็นวาระที่ทั้งโลกหันมาให้ความสำคัญ เพราะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยส่งผลกระทบตั้งแต่ระดับบุคคล ทั้งเรื่องการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การล่อลวงผ่านช่องทางออนไลน์ และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ไปจนถึงระดับประเทศหรือองค์กรในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่เชื่อมโยงกับเรื่องของ เศรษฐกิจดิจิทัล ระบบสารสนเทศ ที่ต้องมีการรับมืออย่างจริงจัง”

ดังนั้น เอไอเอส ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการดิจิทัล เข้าใจดีว่าเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญต่อสังคมดิจิทัลทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่ผ่านมากว่า 4 ปี เอไอเอส จึงอาสาจุดประกายสังคมเกี่ยวกับประเด็นนี้ ตั้งแต่วันที่ดิจิทัลเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อวิถีการใช้ชีวิต ผ่านโครงการ AIS อุ่นใจ CYBER ทั้งในด้านการสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายและผลกระทบจากการใช้งาน การพัฒนาโซลูชันและบริการดิจิทัลเพื่อปกป้องและส่งเสริมการใช้งานอย่างปลอดภัย และการสร้างองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมความฉลาดและทักษะของพลเมืองดิจิทัล
ด้าน รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ มจธ. กล่าวว่า ทำงานร่วมกับ เอไอเอส มาอย่างต่อเนื่องในการสร้างองค์ความรู้ จัดทำหลักสูตร อุ่นใจไซเบอร์ เพื่อสร้างทักษะดิจิทัลให้แก่คนไทย จนมาวันนี้ ได้ทำงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดผลถึงการใช้งานกับดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล Thailand Cyber Wellness Index และเพื่อให้การศึกษาครั้งนี้ เป็นไปตามหลักมาตรฐานของการวิจัย มีความถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านสุขภาพ ด้านสื่อสารมวลชน ด้านการศึกษา และการวัดประเมินผล ในการออกแบบระเบียบวิธีวิจัย กรอบแนวคิด จนสามารถพัฒนาดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยออกมาได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับ Advanced ระดับ Basic และระดับ Improvement ที่จะบ่งบอกถึงความสามารถในการใช้งานดิจิทัลของประชาชนไทยแต่ละกลุ่ม ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ
โดยการศึกษาครั้งนี้ ครอบคลุมพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลของคนไทย 7 ด้าน ประกอบด้วย ทักษะการใช้ดิจิทัล (Digital Use), ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy), ทักษะด้านการสื่อสารและการทำงานร่วมกันบนดิจิทัล (Digital Communication and Collaboration), ทักษะด้านสิทธิทางดิจิทัล (Digital Rights), ทักษะด้านความมั่นคงความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security and Safety), ทักษะด้านการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbullying) และทักษะด้านความสัมพันธ์ทางดิจิทัล (Digital Relationship) ที่มีขั้นตอนวิธีการเก็บผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างที่มีความหลากหลายทั้งช่วงอายุและกลุ่มอาชีพจากทุกจังหวัดทั่วประเทศกว่า 21,862 คน



