เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า คณะทำงานนโยบายด้านการศึกษาของพรรคก้าวไกล ได้ประชุมร่วมกับตน เพื่อหารือแลกเปลี่ยนนโยบายการศึกษาและโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งพรรคก้าวไกลให้ความสนใจสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่าเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอะไร และการบริหารจัดการเนื้องานเป็นไปในลักษณะไหน ทำให้ครูมีสวัสดิภาพจริงหรือไม่ รวมถึงบทบาทศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ว่าทำหน้าที่และมีบทบาทอย่างไร ซึ่งตนก็ให้คำแนะนำไปว่าบทบาทของ ศธจ. และ ศธภ. อยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านการโอนงานบริหารบุคคลไปอยู่กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จึงอาจทำให้ไม่เห็นบทบาทของ ศธจ. ในช่วงนี้ โดยคณะทำงานด้านการศึกษาของพรรคก้าวไกล เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อนำนโยบายของ ศธ. ไปปรับให้เข้ากับนโยบายของพรรค จึงยังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดอะไรมาก

ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนได้นำเสนอให้คณะทำงานด้านการศึกษาของพรรคก้าวไกล ได้เห็นว่าโครงสร้างของ ศธ. เป็นแบบไหน และรูปแบบการทำงานเป็นอย่างไร โดย ศธ. มีแผนขับเคลื่อนการศึกษาชาติเป็นแผนที่ใช้ขับเคลื่อนนโยบายอยู่แล้ว รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการทำงานทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลางเป็นอย่างไร นอกจากนี้พรรคก้าวไกลตั้งคำถามว่า เมื่อมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการอาหารกลางวันนักเรียน สาเหตุใดระดับปลัด ศธ. ถึงไม่ลงมาแก้ปัญหา ซึ่งตนก็ได้อธิบายไปว่า หลักของโครงสร้าง ศธ. บริหารในรูปแบบองค์กรหลักฯ มีซี 11 เท่ากันทุกองค์กร ดังนั้นปัญหาเรื่องโรงเรียนนักเรียนและครู จะอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจากพรรคยังไม่เข้าใจเรื่องโครงสร้างของ ศธ. เท่าที่ควร

“พรรคก้าวไกลสอบถามว่า อยากให้พรรคช่วยแก้ปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้ฝากให้ไปดูเรื่อง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่ยกระดับสำนักงาน กศน. เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในส่วนของการจัดทำกฎหมายลูกทั้งหมด 17 ฉบับ  โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ที่จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ฉบับใหม่ แต่ขณะนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าว ค้างอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณา ว่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่ ดังนั้นการขับเคลื่อนบางประเด็น โดยเฉพาะโครงสร้างจะต้องไปปรับแก้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 เพื่อให้ กสร. ที่จัดตั้งใหม่สามารถหลุดออกมาเป็นนิติบุคคลได้อย่างเด็ดขาด มีอำนาจในการบริหารงานบุคคลและงบประมาณ หรือเสนอ ครม. ออกเป็นพระราชกำหนดเพิ่มเติม เพื่อให้การขับเคลื่อนการทำงานของ กสร. สามารถดำเนินการได้อย่างไม่มีปัญหา” ปลัด ศธ. กล่าว